XiaoLiuQiu island

สวัสดีค่ะ โพสต์นี้ไปติดเกาะ เที่ยวทะเลทางใต้ของไต้หวันกันนะคะ ซึ่งตอนแรกตามความตั้งใจเดิมจริง ๆ อยากไปเขิ่นติง (Kenting) ค่ะ แต่ว่าพอลองหาข้อมูล + ถามเพื่อนที่อยู่นู่นแล้ว เค้าว่าเดินทางไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่ ก็เลยเป็นอันต้องพับแผนไป แล้วเลยไปเสิร์ชหาที่อื่นดูจนมาเจอกับที่นี่ค่ะ มีคนไทยไปเที่ยวบ้างนะ แต่ไม่เยอะนักค่ะ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นคนไทยที่อยู่ที่นู่น พอมีเวลาว่างก็ไปเที่ยวอะไรงี้นะคะ

Spot name : Xiaoliuqiu / Xiaoliuqiu island / 小琉球 / เสี่ยวหลิวฉิว
Location : Pingtung, Taiwan
Access : Take bus 8202 from TRA Pingtung station to 上东港 bus station and take ferry from Donggang pier (round-way ticket 410NTD)
Transportation on island : Motorcycle, Auto-bike, Bicycle
Highlight : Vase shape rock, Sea turtle
Visited date : 8-9 March 2018

หลังจากมาถึงเมืองผิงตง (Pingtung) และไปดร็อปกระเป๋าเดินทางไว้ที่ที่พักในคืนถัดไป (แจ้งโฮสต์ไว้ล่วงหน้าแล้วค่ะ) ก็จัดของใช้จำเป็นลงกระเป๋าใบเล็กก่อนออกเดินทางต่อ เดินไปด้านหน้าของสถานีรถไฟ แล้วไปทางซ้าย (หันหลังให้สถานีนะคะ) จะมี 7-11 อยู่ และติด ๆ กันนั้นจะเป็นท่ารถบัสค่ะ

แล้วก็มานั่งรถรถบัสตรงนี้เลย จะเดินไปหาอะไรหม่ำใน 7-11 รอไปพลาง ๆ ก็ได้ค่ะ รถบัสที่จะไปก็คือสาย 8202 ต่อเดียวถึงค่ะ สามารถใช้บัตร easycard แปะได้เลย

IMG_4909

ป้ายสายรถบัสที่จะมาจอดรับตรงนี้ค่ะ ที่จะไปคือป้ายอันซ้ายสุด ส่วนรถบัสก็จะหน้าตาแบบที่กำลังเข้าท่ารถเลยค่ะ

แล้วก็นั่งรถไปเพลิน ๆ ค่ะ พอใกล้ ๆ สุดสายแล้วก็ให้ลงที่ป้าย 上东港 (ภาษาอังกฤษน่าจะใช้ว่า Upper Donggang นะคะ ไม่แน่ใจค่ะ) ซึ่งตอนที่เคโกะไป ลืมไง ลืมว่าต้องลงป้ายไหน แม็พก็ไม่เปิดด้วยนะ (- -“) แล้วก็เลยไปลงที่สุดสายเลยค่ะ จะเป็นท่ารถที่ Donggang ซึ่งเวลาจวนเจียนที่เรือจะออกมาก ๆ เลยมองหาแท็กซี่ … ซึ่งปรากฏว่า ….

เอิ่มมมม … ฮัลโหลวววว เคโกะะะะ นี่มันผิงตงค่าาาาา ไม่ใช่ไถเป่ย คิดว่าจะหาแท็กซี่ได้หราาาาาา

อยากเตะตัวเองมาก ณ จุดนั้น T^T

สุดท้ายก็เลยกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปท่าเรือค่ะ จริง ๆ แล้วป้ายรถเมล์ห่างออกมาอีกแค่ 2 ป้ายเอง แต่ไกลมากเลย แล้วสุดท้ายก็ไปไม่ทันเรือรอบบ่าย 2 ที่ตั้งใจไว้และนัดเจ้าของที่พักให้มารับไว้แล้วด้วยอะ ก็เลยส่งเมสเสจแจ้งเจ้าของที่พัก แล้วก็ค่อย ๆ เดินไปแทนค่ะ เพราะรอบเรือถัดไปมีเวลาให้เดินไปถึงชม.ครึ่งเลยอะ T^T

เดินมาใกล้ ๆ ก็จะเจอสะพานแดง ๆ แบบนี้ค่ะ

IMG_4910

ก็ดูเป็นแลนด์มาร์คของเขตนั้นล่ะนะ

จากนั้นก็เดินหาท่าเรือ ซื้อตั๋วเรือค่ะ เดิน ๆ ไป เดินเลยแล้วก็ยังไม่รู้ตัว สุดท้ายเปิดกูเกิ้ลดูรูป แล้วถึงได้รู้ตัวว่าเดินเลยไปแล้ว

ตรงป้ายที่เด่น ๆ นั่นนะคะ อย่าเลยเหมือนเคโกะล่ะ คือเด่นมาก แต่ก็เลยซะงั้น – -”

IMG_4911

แล้วก็เข้าไปซื้อตั๋วเรือค่ะ บอกเค้าเอาแบบไป-กลับ ซึ่งราคาจะถูกกว่าซื้อแบบเที่ยวเดียวค่ะ และเค้าจะถามวันกลับเราด้วย ในใบตั๋วเรือต้องเซ็นต์ชื่อด้วยค่ะ ในช่องว่าง ๆ เหนือบาร์โค้ดนะ พอเอาไปยื่นให้พนง.ตรวจตั๋วเรือเค้าจะฉีกท่อนล่างไป และคืนท่อนบนซึ่งเป็นตั๋วเรือขากลับมาให้เราเก็บไว้ ต้องเก็บไว้ดี ๆ อย่าทำหายนะคะ ไม่งั้นคือซื้อใหม่เลยอะ

IMG_4912

ถ้าซูมรูป ก็จะเห็นว่าเคโกะมาช้าไป 18 นาทีเอง – -” (ก็คือเวลาที่ลงรถผิดป้าย กับเดินหาท่าเรือที่ซื้อตั๋วเรือไม่เจอนี่แหละ – -“)

ไหน ๆ เวลาก็เหลือเยอะแยะแล้ว ก็เลยเดินเล่นรอบ ๆ ค่ะ

ลักษณะโดยรอบ ๆ (ไม่มีรูปค่ะ หิวตาลายอยู่ 555) ก็จะเป็นตลาดแบบตลาดสดเลย เหมือนตลาดสดในไทยเลยค่ะ

แล้วก็ปิ๊งไอเดียได้ว่า ตรงนี้เป็นท่าเรือด้วยเป็นตลาดด้วย และเป็นย่านที่ซีฟู้ดสด ๆ ขึ้นชื่อมากค่ะ ก็เลยพุ่งเข้าไปในร้านอาหารร้านนึงตรงตลาดนั่นแหละ วิธีการเลือกร้านก็ไม่ยาก ใครเชียร์เข้าร้านและพูดจีนกลางได้ ก็พุ่งร้านนั้นค่ะ 555 (คือถ้าเป็นผู้คนท้องถิ่นนอกเมืองแบบนี้ เค้าจะไม่ได้พูดจีนกลางกันค่ะ แต่จะพูดจีนไต้หวัน ซึ่งก็คือจีนนั่นแหละ แต่สำเนียงจะฟังยาก ๆ หน่อย อารมณ์แบบคนไทยพูดภาษากลางกับคนใต้พูดภาษาใต้น่ะค่ะ)

ร้านที่พุ่งเข้าไปนั่งหม่ำนั้น เป็นร้านที่มีเมนูให้ แต่ว่าไม่มีรูปใด ๆ ให้เลย T^T แล้วเคโกะเองก็เก่งเมนูภาษาจีนซะที่ไหนล่ะ ก็เลยให้พนง.ร้านแนะนำเมนูมาให้ ซึ่งงงงง … ก็ไม่กระดิกหูกับคำศัพท์อีกเช่นเคย T^T

เอาล่ะ เค้าแนะนำไรมาก็เอาอันนั้นแหละ ดีนะที่เป็นคนกินง่ายยยยย

จานแรกค่ะ เป็นผัดผักอะไรสักสิ่ง เค้าบอกประมาณว่าเป็นผักที่ขึ้นชื่อของที่นี่ ก็ผัดแนวผัดน้ำมันหอย เค็มไปหน่อย แต่โอเคอยู่

IMG_4913

แล้วข้าวผัดก็มา เป็นข้าวผัดทะเลมั้งคะ 5555 ลืมแล้ววว น้องพนง.แนะนำให้อีกเช่นกัน

IMG_4914

สุดท้ายที่ซาชิมิ เป็นสิ่งเดียวที่สั่งได้ เพราะเค้าเองก็เรียกว่าซาชิมิเหมือนกัน (เค้ามีคำศัพท์ที่แปลว่าซาชิมินะคะ แต่เค้าใช้คำทับศัพท์เลย จะออกเสียงว่า ซาซีหมี่ – 沙西米) แล้วก็บอกเค้าว่าเอาไม่ต้องเยอะ พอกินคนเดียวก็พอแล้วค่ะ ก็ได้มาประมาณนี้

IMG_4915

คนเดียวทาน 3 จาน แถมข้าวกับผัดผักนั้นจานใหญ่มากกกก ถามว่าหมดมั้ย ก็หมดค่ะ 555

สนนราคารวม 3 จาน 300NTD ค่ะ เคโกะว่าคุ้มค่าคุ้มราคาอยู่นะ

แล้วก็ไปรอลงเรือค่ะ เรือจะเป็นเรือลำใหญ่ ประมาณเรือข้ามไปเกาะสมุยไรงี้นะคะ

IMG_4917

ภายในเรือค่ะ เป็นที่นั่งแบบไม่ระบุที่นั่ง นั่งตรงไหนก็ได้ค่ะ

IMG_4918

มีจอทีวีสาธิตความปลอดภัยให้ดูด้วย แล้วก็ฉายทีวี โฆษณาอะไรวนไปมาค่ะ

นั่งเรือไปแป๊บเดียว ก็มาถึงเกาะเสี่ยวหลิวฉิว (Xiaoliuqiu) แล้วค่ะ ขึ้นท่าเรือ เดินออกมาก็จะเจอบรรดาผู้คนที่ชวนเช่ารถมอเตอร์ไซค์และที่พักกันตลอดค่ะ (อารมณ์เดียวกับข้ามไปถึงเกาะล้านเลยค่ะ 555)

แล้วเคโกะก็โทรหาเจ้าของที่พักให้มารับนะคะ เค้าจะพาเช่ารถก่อนค่อยไปที่พัก ซึ่งบนเกาะนี้มีให้เช่ารถ 3 แบบคือ มอเตอร์ไซค์, ออโต้ไบค์ และจักรยานค่ะ ซึ่ง 2 แบบแรกจะเป็นประเภทมีมอเตอร์ในตัว เพราะงั้นคนต่างชาติจะไปขับสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้ ต้องมีใบขับขี่สากลค่ะ ถามว่าเคโกะมีมั้ย .. ก็ไม่ค่ะ เลยได้แต่จักรยานธรรมดามา (ค่าเช่าจักรยาน 200NTD)

ซึ่ง … ถ้ารู้จักกับเคโกะ ก็จะรู้ว่าแค่จักรยานก็ยังขี่ไม่แข็งเลยค่ะ 5555

ขี่จักรยานมาถึงที่พัก เอาของเก็บแป๊บนึง เจ้าของที่พักก็ชวนไปนั่งรถเล่น ซึ่งเคโกะเป็นลูกค้าคนเดียวของเค้า เค้าก็เลยอาสาขี่มอไซค์พาเที่ยวให้ หลังจากที่เห็นสภาพขี่จักรยานที่ไม่แข็งแรงของเคโกะเอาซะเลย

จุดแรกที่เค้าพามา ก็เป็นประมาณจุดชมวิวค่ะ

DSC_6588

ได้รับวิวทะเล 180 องศาเลย คือรู้สึกดีมากกกกกกกกกกกกก

DSC_6592

แต่ว่าด้วยความที่เคโกะมาถึงค่อนข้างเย็นแล้ว ฟ้ามืดไว + สภาพอากาศไม่เป็นใจค่ะ ฝนเริ่มตกปรอย ๆ แล้ว เจ้าของเค้าก็เลยพากลับที่พัก

วันต่อมาคุณเจ้าของก็พาเที่ยวต่อ

เดี๊ยววววว แล้วชั้นจะเช่าจักรยานมาเพื่ออออออออ…? ><~ 

พามาดูหินแจกัน (Vase rock) ค่ะ เป็นไฮไลท์ของที่นี่เลย ใครมาเที่ยวเกาะนี้ก็ต้องมาถ่ายรูปตรงนี้ค่ะ

DSC_6603

แบบซูมเอาท์บ้าง

DSC_6606

ทะเลสวย น้ำใสมากกกกกกกกกค่ะ ชอบมากจริง ๆ

จากนั้นก็พาไปอีกที่ ดูเหมือนเป็นท่าเรือเล็กๆ นะคะ

คือจริง ๆ ถึงไหนแล้วเคโกะถามเค้าหมดนะ แต่ไม่ได้จดไง ลืมหมดดดด 55555

DSC_6608

ลงไปเดินเล่น สัมผัสทะเลสักหน่อย

เคโกะเองมีแต่รองเท้าผ้าใบไป ลงทะเลแบบนี้ คุณเจ้าของก็เอารองเท้าแตะมาให้ใส่ด้วย น่ารักขั้นสุดดดด

IMG_4941

คุยไปคุยมา เค้าก็บ่นเคโกะอีกนั่นแหละ ว่าทำไมมาคนเดียว คราวหลังให้พาเพื่อนมานะ มาหลายๆ คนสนุกกว่า ถ่ายรูปให้กันได้ ไม่ต้องมาเซลฟี่เอง พอรู้ว่าอายุเท่าไหร่ ก็บ่นอีก ทำไมไม่พาแฟนมา ไม่มีแฟนก็หาสิ  บลาๆ

บ่นด้วยน้ำเสียงคุณพ่อห่วงลูกสาวค่ะ 555 (ตัวเค้าเอง เพิ่งมีลูกสาวเกิดได้ไม่นาน น่าจะยังไม่ครบขวบเลยมั้งคะ)

แล้วเค้าก็บอกว่าจะพากลับที่พัก ให้ไปเตรียมตัวไปดำน้ำ ซึ่งเค้าเช็คแล้วว่าออกไปดำน้ำได้ แล้วเค้าจะไปส่งที่ร้านดำน้ำให้

พอไปถึงร้านดำน้ำ เค้าก็จะให้เปลี่ยนชุดเป็นชุดดำน้ำเลยค่ะ เค้าเรียกเว็ทสูทเนอะ เป็นเว็ทสูทแบบเต็มตัว พร้อมด้วยรองเท้าและเสื้อชูชีพค่ะ ส่วนโทรศัพท์มือถือไม่ต้องพกไป เค้ามีกล้องถ่ายรูปให้ แล้วก็จะอัพรูปขึ้นเฟซบุ๊คของร้านให้ ในเย็นวันนั้นเลย เราก็เข้าไปเอารูปมาได้ค่ะ

Facebook page (Chinese)https://www.facebook.com/bestbestdiving/

สนนราคาดำน้ำ (snorkeling) 300NTD ซึ่งถ้าอากาศดี ไปดำน้ำได้ แม้แค่คนเดียวเค้าก็พาไปค่ะ

เคโกะเองก็แอบเสียดายนะ เพราะโทรศัพท์ของเคโกะกันน้ำได้ ก็อยากเอาไป แต่ก็จนใจ เพราะลืมซองกันน้ำที่มีสายคล้องคอไว้ในกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ค่ะ T^T

ให้ดูตัวอย่างชุดที่เค้าให้ใส่นะ ทางร้านดำน้ำเค้าถ่ายให้ค่ะ คุณไกด์ที่พาไปพูดจีนกลางได้คล่อง และดูออกชัดเลยว่าสบายใจมากที่คนต่างชาติคนนี้พูดฟังจีนกลางได้

006

นอกจากชุดแล้ว ถ้าเค้าเห็นผมยาว ๆ ก็มียางรัดผมบริการให้ด้วยค่ะ นี่ขนาดเคโกะผมยาวประบ่าก็ยังโดนสั่งให้รวบผมอะ – -”

จากนั้นเค้าก็จะพาไปดำน้ำค่ะ ซึ่งน้ำเย็นมากกกกกกกกกกก แต่ดำ ๆ ไป ก็อุ่นนะ แทบไม่อยากขึ้นจากทะเลเลยค่ะ 555

คุณไกด์เองจะมีห่วงยางไปด้วย 1 อัน ไว้ให้เราจับเพื่อที่เค้าจะลากไปดำน้ำค่ะ

021

เจอปลา เจอปะการัง เจออะไรก็จะเล่า จะอธิบายให้ฟังหมด ซึ่งเคโกะรู้สึกดีมากเลยนะที่ได้มาดำน้ำค่ะ เพราะโลกใต้น้ำที่นี่สวยมากจริง ๆ

เนี่ยยยย แอบเสียดายที่ไม่ได้เอาโทรศัพท์ไปถ่ายรูปมาให้ดูกัน ><~

ปิดท้ายการดำน้ำด้วยเต่าทะเลค่ะ พระเอกของที่นี่เลย มาที่นี่ก็ต้องมาดูเต่าทะเลแบบใกล้ชิดอะค่ะ

014

คุณเต่าทะเลน่าร้ากกกกกก ❤

จากนั้นคุณไกด์ก็พากลับที่ร้านดำน้ำ เปลี่ยนชุดคืนเค้า แล้วก็ตกใจว่าคุณเจ้าของที่พักยังนั่งเม้าท์มอยกับคนที่ร้านดำน้ำ เพื่อรอเคโกะดำน้ำเสร็จแล้วพากลับที่พักด้วยอะ

ฮือออ ใจดีน่ารักมากมายจริง ๆ

กลับถึงที่พักก็อาบน้ำแต่งตัว เก็บของกลับ แล้วก็ลงมานั่งเม้าท์มอยกับครอบครัวคุณเจ้าของค่ะ ซึ่งคุณพ่อคุณแม่เค้าก็น่ารักดีนะ ชวนคุย ชวนจิบชาจีน ชวนกินหนมด้วย พอใกล้ๆ เวลาเรือออก ก็ให้คุณภรรยาไปส่งที่ท่าเรือ

รู้สึกได้ว่าเช่าจักรยานมาไม่คุ้มเลย – -”

ตั้งใจว่าจะกลับรอบเที่ยง แต่รอบเที่ยงงดออกเรือซะงั้น เลยต้องรอรอบถัดไป เวลาว่างเยอะมากกกก เดินวนไปมาพักใหญ่จนได้เวลาเรือออกค่ะ

DSC_6618

ก็นั่งเรือกลับไปตามเดิม

เรือที่ให้บริการมี 2 บริษัท ดูให้ดี ๆ นะคะว่าตั๋วที่มีเป็นของเรือเจ้าไหน เพราะทางขึ้นเรือเป็นคนละทางกันค่ะ

DSC_6620

ข้ามกลับมาฝั่ง Donggang แล้วก็เดิน ๆ ออกมาจากตลาด ไปป้ายรถเมล์ รออยู่พักใหญ่ ๆ รถก็มาค่ะ กลับสายเดิมเลยคือ 8202 ลงสุดสายที่ Pingtung station ค่ะ

 

ถ้าชอบทะเล ชอบดำน้ำ ขี่มอเตอร์ไซค์ได้ และเอาตัวรอดจากภาษาจีนได้ เคโกะก็แนะนำนะคะ แนะนำอย่างแรงเลยแหละ คือ สวยมากจริง ๆ ค่ะ 

นอกจากนี้ยังมีจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกด้วยนะ แต่คุณเจ้าของไม่ได้พาไปค่ะ เพราะฝนตกก่อน ซึ่งเคโกะว่าน่าจะสวยนะ แล้วก็ยังมีจุดชมวิวอื่น ๆ ด้วยอีกมากมายรอบเกาะเลยค่ะ

 

ฝากเพจด้วยค่าาาา … https://www.facebook.com/thisiskeigo/

Advertisements

Lantern Festival 2018 @ Chiayi

สวัสดีค่ะ โพสต์นี้ต้องโทษเคโกะเต็ม ๆ เลยแหละที่โพสต์ช้ามากกกกกกกกกกกกกกกก outdated สุด ๆ เลยค่ะ ก็ไม่เป็นไรเนาะ เอาไว้เป็นข้อมูลการเดินทางสำหรับคนที่สนใจไปร่วมงานในปีหน้าแล้วกันค่ะ แหะๆ

Event name : Lantern Festival 2018
Location : Chiayi
Access : shuttle bus from TRA Chiayi (Free) during 15:00-23:00 (weekdays) / 14:00-23:00 (weekends & holidays)
Entrance fee : Free
Opening hours : 2-11 March 2018 (recommend at night but always open)
Visited date : 7 March 2018
Website https://www.taiwan.net.tw/2018taiwanlantern/EN/

ตอนที่วางแพลนทริปนี้ ก็เสิร์ชหาข้อมูลเที่ยวไปเรื่อยเปื่อยจนมาเจอว่าที่เมืองเจียอี้จะจัดงานเทศกาลโคมไฟขึ้น ซึ่งที่นี่จัดใหญ่มาก ๆ ค่ะ แล้วก็ไปตรงกับช่วงเทศกาลนี้พอดีเลย ก็เลยไม่พลาดที่จะยัดลงไปในแผนเที่ยวค่ะ ^^

ตอนแรกหาข้อมูลมาจะมีรถชัทเทิลบัสไปที่งานจาก THSR เท่านั้นค่ะ แต่พอถามสตาฟฟ์ที่โฮสเทลแล้วเค้าบอกว่าที่ด้านหลังสถานีรถไฟเจียอี้ก็มี ก็เลยจัดเลยค่ะ

เดินทะลุไปด้านหลังสถานีรถไฟเจียอี้ (TRA) ค่ะ จะมีท่ารถบัสต่าง ๆ อยู่ ก็ขึ้นจากตรงนั้นเลยค่ะ มีป้ายบอกด้วยว่าไปงานโคมไฟนี้ เค้าจะให้เข้าคิว รอรถวนมารับแล้วก็ทะยอยไปส่งที่งานเรื่อย ๆ ค่ะ ไม่ได้มีเวลาฟิกซ์อะไร ซึ่งรถบัสก็เป็นเหมือนรถบัสทัศนาจรบ้านเราเลยอะค่ะ คันใหญ่ ๆ ทรงนั้นเลย

นั่งรถไปแป๊บเดียวก็มาถึงบริเวณที่จัดงานแล้ว ซึ่งจะอยู่ใกล้ ๆ กับกู้กงสาขาใต้นะคะ (สาขาเหนือก็คือที่อยู่ในไทเปนั่นแหละ) บริเวณลานจอดรถก็จะเห็นโคมไฟจัดโชว์อยู่ แต่ตรงนี้จะยังไม่ใช่ค่ะ จะเป็นของฟาหลุนกงเค้ามายึดพื้นที่จัดโคมไฟแกมโปรโมทลัทธิของเค้าเอง

แต่เค้าก็จัดได้อลังการดีนะ ทำเรือลำใหญ่มาที่สามารถขึ้นไปเดินเล่นได้จริง ๆ ด้วยค่ะ

DSC_6497

เคโกะก็ขึ้นไปนะ แล้วมองวิวไกล ๆ เห็นแสงไฟไกล ๆ ค่ะ เลยรู้เลยว่างานจัดตรงนั้นแน่นอน

DSC_6511

จากนั้นก็เดินไปตามแสงสีเสียงเลยค่ะ ซึ่งระหว่างทางที่เดินไปก็มีร้านขายของกินเล่นอยู่บ้างพอกรุบกริบนะคะ และในงานเองก็มี จะอยู่ด้านหลังของงานเลยค่ะ ร้านค้ามาออกร้านเยอะมาก ๆ ด้วย

มาดูโคมไฟกันเนอะ

เริ่มจากบริเวณด้านหน้าที่เคโกะเดินเข้างานค่ะ

DSC_6515

ภายในงานก็จัดแสดงโคมไฟจากทุกสารทิศเลยค่ะ คือเยอะมาก ๆ และบางชิ้นก็อลังการมาก ๆ ด้วยค่ะ

เคโกะแปะไล่เรียงไปรวดเดียวจบเลยก็แล้วกันเนาะ

ถ้าชอบแนว ๆ นี้หรือสนใจ ก็ลองดูในปีหน้านะคะ ^^ ซึ่งได้ยินมาว่าที่เจียอี้นี่เค้าจัดได้อลังการที่สุดในประเทศเลยค่ะ

DSC_6524

โดราจังก็มา เก๋มั้ยล่ะ

DSC_6533

ป้ายงาน เดินมาตั้งไกลเพิ่งเห็นป้ายงานค่ะ 555

DSC_6539

ใหญ่และอลังมากกกก

DSC_6541

มาเป็นธีมอาหลี่ชานไปอี๊กกกกก

DSC_6549

ธีมขอแต่งงานก็มีค่ะ #เหม็นความรัก เลยอะ 555

DSC_6560

ไทเป101 ก็มีนะ

DSC_6569

อันนี้คืออลังการสุดค่ะ หมุนได้ เปิด-ปิดไฟได้ด้วย เค้าเปิดเป็นรอบ ๆ นะคะ

DSC_6578

มาสคอตไต้หวันก็ต้องมีสิเนอะ

DSC_6583

ทำเป็นอุโมงค์เดินลอด ถ่ายรูปเก๋ ๆ ก็ได้จ้าาา

ฝากไว้เป็นไอเดียสำหรับใครที่สนใจไปร่วมงานในปีถัดไปละกันเนอะ

ฝากแปะทิ้งท้ายกับเพจเช่นเคยค่ะ ^^
https://www.facebook.com/thisiskeigo/

Alishan

สวัสดีค่ะ มาเริ่มตะลุยทริปไต้หวันเดือนมีนาฯกันนะคะ ประเดิมที่จุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นที่ยอดฮิตของคนไทย ที่ร่ำลือกันว่าสวยมากกกกกกกกกกกก ซึ่งเคโกะไปแล้วก็รู้สึกชอบนะ สวยมากจริง ๆ ค่ะ

Spot name : Alishan / 阿里山 / อาหลี่ชาน (อาหลี่ซัน, อาหลี่ซาน — ถอดเสียงกันหลายแบบค่ะ ^^”)
Website (English)https://www.ali-nsa.net/user/Main.aspx?Lang=2
Access :
1. Direct bus from TRA Chiayi or THSR Chiayi
2. Bus via Fenqihu
2.1 TRA from Chiayi to Fenqihu (Alishan Forest railway)
2.2 Bus from Chiayi to Fenqihu
Booking train ticket online (Chinese)http://alishan.railway.gov.tw/
Visited date : 6-7 March 2018

เคโกะเริ่มต้นที่สนามบินเถาหยวนนะคะ แลนด์ดิ้งปุ๊บก็รีบใส่เกียร์ 4 เท้าโกยแน่บเลยค่ะ เพราะต้องแข่งกับเวลาจริง ๆ เวลาทุกสิ่งอย่างกระชั้นมาก (555) เริ่มต้นจากการดร็อปกระเป๋าใบใหญ่ไว้ที่สนามบิน ใช้บริการขนของให้ส่งกระเป๋าไปที่โฮสเทลที่จะไปพักในคืนถัดไปค่ะ แล้วก็รีบวิ่งไปแลกตั๋ว THSR ที่เคโกะซื้อผ่านเว็บ kkday มา (ถูกกว่าจองตรงนิดหน่อยและไม่ต้องไปลุ้นกับเวลามากเกินค่ะ — เทียบราคาหน่อยก็ดีนะคะ บางทีจองตรงก็ถูกกว่า แต่ต้องระบุเวลาค่ะ ยิ่งจองล่วงหน้านานก็ยิ่งมีส่วนลดเยอะนะ) แล้วก็นั่ง THSR จากเถาหยวนไปลงที่เจียอี้ค่ะ

ออกมาจากเกท THSR เห็นบูธข้อมูลการท่องเที่ยว เลยโฉบเข้าไปถามเพื่อความมั่นใจซะหน่อยว่ามีรถบัสที่จะไป Alishan จะขึ้นได้จากตรงไหน พนง.ก็บอกให้เรียบร้อยทั้งเวลาด้วยค่ะ ซึ่งเคโกะก็มาเป๊ะเวอร์เลย ใกล้เวลาที่รถมาพอดี (อย่าได้ถามถึงข้าวมื้อใด ๆ ค่ะ T^T)

ป้ายบอกเส้นทางรถที่แปะไว้แต่ละ platform จะบอกว่ามีสายอะไรบ้างและไปไหน เคโกะมายืนถูกจุดแล้วนะคะ แต่รถด้านหลังที่จอดอยู่ ไม่ใช่นะ

IMG_4803

พอได้เวลาตรงเป๊ะ เคโกะก็ชะเง้อมองหา ปรากฏว่ารถมาตรงเวลาค่ะ แต่จอดที่ platform เบอร์ 3 ไม่ได้ เพราะมีรถสายที่เคโกะถ่ายรูปติดมานั่นแหละ เค้ายังไม่ออกรถค่ะ รถก็เลยไปจอดที่ป้ายเบอร์อื่น ตลกตรงที่เคโกะมองเห็นไง เลยเดินไปขึ้น แล้วก็นั่งรอพักนึง คนขับรถก็หันมาชวนคุยว่าทำไมวันนี้มีคนไปคนเดียวเองหรอ (เคโกะเอง) เคโกะก็เลยตอบไปว่า ไม่รู้สิคะ แล้วคนขับรถก็เลยขับไปอยู่ด้านหลังรถบัสที่จอดคาป้ายเบอร์ 3 อยู่อะ แล้วก็ตะโกนไปที่ฝูงชนที่รอรถอยู่ค่ะว่าไป Alishan มั้ย เท่านั้นแหละ คนก็กรูขึ้นรถมาจนเกือบเต็มค่ะ

รถจะมาสุดสายที่หน้าทางเข้าอุทยาน Alishan นะคะ จะไม่เข้าข้างในนะ ซึ่งตรงที่รถจอดส่งเนี่ยจะคล้าย ๆ เป็นชุมทางรถเลยค่ะ ตอนกลับก็มาขึ้นตรงนี้แหละ ซึ่งจะมี 7-11 ใหญ่ ๆ อยู่ มีที่นั่งรอ มีห้องน้ำด้วยค่ะ

จากนั้นก็เดินผ่านเข้าอุทยานค่ะ เสียค่าผ่านประตูด้วยนะ 150NTD ค่ะ บอกจนท.ว่าเรามากับรถบัสและมีที่พักในโรงแรมด้านในอุทยานนะคะ ไม่งั้นจะเป็นราคาเต็ม 300NTD ค่ะ

IMG_4805

เดินผ่านประตูมาได้หน่อยเดีียว ก็เจอต้นซากุระไต้หวันยืนต้อนรับอยู่ตั้งแต่ต้นทางเลยค่ะ คือดีใจมาก ๆ เลยค่ะ เป็นดอกไม้ที่บานแป๊บเดียวเนอะ ตอนมาก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะเจอค่ะ แต่พอได้เจอก็ดีใจมากจริง ๆ ทั้ง ๆ ที่ตัวเองก็ไม่ใช่คนชอบดอกไม้นะ แต่มาดูใกล้ ๆ แล้วสวยมากกกกกเลยค่ะ

DSC_6342

ที่นี่เคโกะเจอทั้ง 3 สีเลยนะ คือสีบานเย็น, สีชมพู และสีขาวค่ะ สวยไปคนละแบบ แต่สวยมากกกกกกกกกก

DSC_6346DSC_6347DSC_6351

อ่านรายละเอียดของอุทยานมาคร่าว ๆ แล้วว่ามีการแบ่งโซนกันคือ ด้านหน้าจะเป็นสถานีรถไฟและลานจอดรถ ถัดเข้ามาจะเป็นโซนร้านค้า ร้านอาหาร ศูนย์นักท่องเที่ยว และโรงแรม ส่วนด้านในสุดก็คือพื้นที่อุทยานค่ะ ซึ่งจะไม่อนุญาตให้มีโรงแรมใด ๆ ไปตั้งเลย จะมีก็เพียงสถานีรถไฟที่ตัดผ่านไม่กี่สถานี มีร้านค้าบ้างในจุดท่องเที่ยว และสงวนพื้นที่ให้คงสภาพธรรมชาติไว้ให้มากที่สุดเลยค่ะ

เดินวนงง ๆ หลง ๆ ไป (นี่ขนาดอ่านรายละเอียดมาแล้วนะ 555) ก็เดินเจอสถานีรถไฟ Alishan ค่ะ ทุกสิ่งอย่างที่จะไปเที่ยวก็ต้องมาเริ่มที่นี่ค่ะ

DSC_6353

กว่าจะไปถึงก็บ่ายแก่ ๆ แล้วค่ะ เลือกไปเดินเล่นได้แค่ที่เดียวเท่านั้น จากรถไฟ 2 สายค่ะ ก็เลยเลือกไป Sacred Tree ด้วยรถไฟ Shenmu line

จริง ๆ แล้วรถไฟจากบนเขานั้นไปจุดท่องเที่ยวจะมีทั้งหมด 3 ที่ก็คือ

  • Sacred Tree (Shenmu line) ก็จะเป็นป่าต้นไม้สูง ๆ เยอะ ๆ ค่ะ เป็นทาง Trekking หน่อย ๆ เหมาะกับคนชอบเดินป่า ดูต้นไม้นะคะ
  • Chaoping (Chaoping line) ไปดูดอกซากุระ กับ sisters pond ค่ะ ซึ่งตรงนี้เคโกะไม่ได้ไปนะคะ จัดเวลาไม่ลงตัวค่ะ T.T
  • Zhushan (Chaoping line) จะเลยจากสถานี Chaoping ไปอีกหน่อยค่ะ ก็จะไปดูพระอาทิตย์ขึ้นกัน

ก็ซื้อตั๋วก่อนเลยค่ะ ค่าตั๋วเที่ยวเดียว 100NTD ค่ะ จะได้บัตรหน้าตาสวย ๆ แบบนี้

IMG_4810

เข้าไปด้านในสถานี ก็จะรู้สึกสถานีเก่าๆ หน่อยนึงนะ

DSC_6359

ด้านในรถไฟ บอกเลยว่าเก่ามาก ให้อารมณ์รถไฟไทยมากค่ะ 555

DSC_6360

ถึงจุดหมายปลายทางแล้วก็เลยพอจะโอ้เอ้ถ่ายรูปด้านหน้ารถไฟได้ถนัด ๆ หน่อย

DSC_6364

ที่ Sacred Tree นี้ก็จะเป็นเส้นทางเดินชมธรรมชาติอะค่ะ เดินง่าย ๆ สบาย ๆ อยู่เพราะทางเดินเค้าทำไว้ให้ดีมากทีเดียว ก็เดินชมนกชมไม้ไปเรื่อยเปื่อยนะคะ จริง ๆ ตั้งใจว่าจะเดิน ๆ ไปโผล่ที่ Chaoping เลยล่ะ แต่หาป้ายบอกทางไม่เจอค่ะ ใช้ Google maps ก็ไม่ช่วยอะไร แถมกลัวว่าจะพลาดรถไฟกลับ Alishan อีก แล้วจะกลายเป็นต้องเดินไกลขึ้นเยอะ ก็เลยวน ๆ เอาแถว ๆ นี้แล้วกัน – -”

DSC_6373

ดูแบบไกล ๆ ก็สวยอยู่นะ

DSC_6416

แล้วก็นั่งรถไฟกลับมาที่เดิมค่ะ แล้วก็เดินหาข้าวกินซะหน่อย ไม่รู้เหมือนกันนะว่ามื้อไหนแล้ว (555) ก็เลือก ๆ เอาค่ะ เคโกะพลาดมากับการสั่งข้าวในไต้หวันมาเยอะพอควร คราวนี้ไม่พลาดแน่นอนค่ะ

ตอนแรกกะว่าจะสั่งก๋วยเตี๋ยวอะไรสักชาม แต่ที่อยากกินดันหมด ก็สั่งเป็นแกงจืดไรสักสิ่ง น่าจะแกงจืดหน่อไม้ค่ะ กับข้าวหน้าไก่ ซึ่งก็รู้สึกว่าตัวเองคิดถูก เพราะถ้าสั่งแต่ข้าวหน้าไก่ ก็จะมาชามเล็ก ๆ ไม่อิ่มแน่นอนค่ะ

เซ็ทนี้ 110NTD ค่ะ

DSC_6420

ชามดูใหญ่ แต่จริง ๆ ชามเล็กนะคะ ไก่สับที่โรย ๆ หน้ามาก็ไม่ได้เยอะค่ะ เพราะงั้นมีแกงจืดด้วย ช่วยได้เยอะะะะะ

DSC_6421

ซุปชามนี้ เจ้เจ้าของร้านก็แนะนำมาให้ค่ะ บอกว่าอร่อย เป็นเมนูแนะนำ แต่เคโกะไม่ค่อยชอบหน่อไม้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เลยรู้สึกเฉย ๆ นะคะ

จากนั้นก็เดินกลับไปที่สถานีรถไฟ เพื่อซื้อตั๋วรถไฟไป Zhushan ดูพระอาทิตย์ขึ้นล่วงหน้าค่ะ เค้าจะบอกเวลาพระอาทิตย์ขึ้นให้ไว้ด้านหน้า

IMG_4816

ตั๋วรถไฟราคา 150NTD ค่ะ เสร็จแล้วก็พักผ่อนนอนหลับให้สบายใจ เตรียมตัวตื่นอย่างเช้ามากกกกกเพื่อไปดูพระอาทิตย์ขึ้นค่ะ

เคโกะไปถึงสถานีรถไฟเร็วกว่าเที่ยวแรกที่เค้าบอกคือ 5.20 นิดหน่อย ซึ่งก็ดีค่ะ เพราะคนเยอะมากกกกก แล้วนายสถานีก็เลยให้รถไฟขบวนแรกออกเร็วกว่า 5.20 ที่แจ้งไว้ล่วงหน้า

นั่งรถไฟไปซักพักก็ถึงค่ะ

DSC_6436

พอไปถึงด้านบนเขาแล้ว ก็เดินไปอีกนิดหน่อยค่ะ ก็จะถึงจุดชมวิวแล้ว ซึ่งตั้งแต่ลงจากรถไฟ ก็จะมีเสียงประกาศเป็นระยะ ๆ นะคะ ถึงเวลารถไฟขากลับค่ะ ซึ่งเป็นภาษาจีนทั้งหมด ^^” แต่ฟังไม่ออกก็ไม่เป็นไรค่ะ ตรงด้านหน้าเคาน์เตอร์ขายตั๋วรถไฟขากลับเค้าจะมีแปะป้ายบอกเวลาไว้ ระวังไม่ให้พลาดรถไฟเที่ยวสุดท้ายก็พอค่ะ

IMG_4834

เวลารถไฟก็คือเบอร์ 1-3 ค่ะ เบอร์ 3 คือรถไฟขบวนสุดท้าย

ตอนที่ไปถึงจุดชมวิว เคโกะอยู่ในกรุ๊ปแรกที่ไปถึงเลยค่ะ ก็ไม่รู้หรอกว่าตรงไหนวิวดี เห็นตรงไหนคนว่าง ๆ หน่อย ก็ไปยืนจับจองพื้นที่เลยค่ะ (ดีนะ มีประสบการณ์ยืนรอเมนตามงานอีเวนต์ค่ะ เลยยืนรอได้นาน ๆ ไม่ต้องหาที่นั่งพัก ไม่งั้นจะพลาดมุมดี ๆ ไปแน่ๆ เลย ^^”) ซึ่งก็เป็นความโชคดีที่เคโกะไปยืนตรงนั้น เพราะซักพักก็มีคุณลุงคนนึง ดูเป็นเหมือนจนท.ค่ะ แต่เป็นคนพื้นที่แน่ ๆ ก็พูดภาษาจีนแนะนำการชมวิวตลอดเลย

IMG_4829

คุณลุงพูดเก่ง เสียงดัง ฮาด้วย

ถ้าเจอคุณลุงคนนี้พูดอยู่ตรงไหน ก็รีบกรูเข้าไปเลยนะคะ ตรงนั้นจะเป็นจุดชมวิวที่ดีมาก ๆ ค่ะ

และถ้าฟังออกก็จะดีขึ้นไปอีก เพราะคุณลุงจะเล่าประวัติความเป็นมาของสถานที่ตรงนั้น การดูพระอาทิตย์ขึ้น เล่าเรื่องฮา ๆ ให้พอไม่เบื่อด้วย และปิดท้ายด้วยการขายของค่ะ

สิ่งนึงที่คุณลุงเล่าก็คือพระอาทิตย์ขึ้นเนี่ย ไม่ใช่ว่าวันไหน ๆ ก็ดูได้ชัดนะคะ ก็ต้องแล้วแต่บุญวาสนาที่ทำมาด้วย (555) คุณลุงบอกว่าช่วงที่เคโกะไปนั้นเป็นช่วงที่ดีค่ะ อากาศแจ่มใส พระอาทิตย์ขึ้นแล้วไม่โดนเมฆหมอกบัง ซึ่งถ้าจำไม่ผิด คุณลุงบอกว่าเดือนนึงจะมีแค่ 3 วันที่อากาศดี มองเห็นได้ชัด และวันที่ไปเป็นวันที่อากาศดีเป็นวันที่ 3 ค่ะ และคุณลุงยังบอกอีกว่า ไอ้พวกที่มาซ้ำ ๆ ทั้งหลายเนี่ย เพราะมาครั้งแรกมักจะเป็นวันที่อากาศไม่ดี ต้องมาใหม่อีกรอบไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะได้เห็นค่ะ

ฟังแล้วก็แบบ อู้ววว เคโกะโชคดีจัง มาครั้งแรกก็ได้ดูพระอาทิตย์ชัด ๆ เลยค่ะ

รูปอาจจะไม่สวยเท่าของจริงนะคะ ^^”

DSC_6455DSC_6464

พอพระอาทิตย์ขึ้นเต็มดวงแล้ว แดดเจิดจ้ามากกกก ก็เลยกลับดีกว่าค่ะ ภารกิจลุล่วงแล้ว (555)

พอมีแสงอาทิตย์ ก็เลยถึงได้เห็นนะคะว่าด้านบนก็มีร้านค้า ขายของกินและของที่ระลึกอะไรด้วยค่ะ เพราะตอนที่ขึ้นมาถึง มืดมาก มองอะไรไม่เห็นเลยนะคะ

DSC_6468

แล้วเคโกะก็นั่งรถไฟกลับมาที่โรงแรม ทานอาหารเช้า เก็บของ เช็คเอาท์และไปรอรถบัสค่ะ

เพราะว่าขามา เคโกะยังไม่ได้นั่งรถไฟ ขากลับก็เลยอยากลิ้มรสความคลาสสิคของรถไฟ ก็เลยแพลนว่าจะนั่งรถบัสไปลง Fenqihu แล้วต่อรถไฟไปเจียอี้ (TRA) นะคะ

ที่จุดรอรถบัส ใน 7-11 ด้านหน้าอุทยานก็จะมีป้ายใหญ่ ๆ ติดอยู่เหนือหัวถึงเส้นทางต่าง ๆ ด้วยค่ะ

IMG_4838

พอถึง Fenqihu ก็ลงค่ะ ลงรถคนเดียวเลย >< ความรู้สึกแบบหายนะมาก ๆ เพราะน่าจะมีคนลงด้วยเยอะกว่านี้สิเนอะ ไรงี้อะค่ะ

ก็เดิน ๆ ตามป้ายไปจนถึงสถานีรถไฟ Fenqihu แล้วก็พบกับความพังพินาศเมื่อเจอป้ายหยุดรถแบบไม่มีกำหนดค่ะ

IMG_4847

ได้ข่าวมาว่าเปิดวิ่งมาหลายเดือนแล้วนะคะ แต่ข่าวที่คอนเฟิร์ม เคโกะยังไม่ได้ตามนะคะ T^T

อารายก๊านนนนนนน แล้วแบบ มาประกาศงดวิ่งรถไฟเอาหลังจากวันที่เคโกะจองตั๋วรถไฟออนไลน์ไปแล้วไม่กี่วันเนี่ยนะ T^T

ทำอะไรไม่ได้ค่ะ เดินไปขอ refund ค่าตั๋วมาแบบเซ็ง ๆ การรีฟันด์ค่าตั๋ว เค้าจะขอบัตรที่เรารูดไปด้วยค่ะ คืนมาให้ในบัตรเครดิตที่จองเลย

ไหน ๆ ก็มาแล้วไง ก็เดินเล่นโต๋เต๋ ๆ ไปรอรถบัสเที่ยวต่อไปที่จะไปเจียอี้ก็แล้วกัน (ก็หลายชั่วโมงอยู่นะ ถ้าจำไม่ผิดค่ะ)

ตรงสถานีรถไฟ Fenqihu นี้ก็จะมีคล้ายๆ พิพิธภัณฑ์รถไฟอยู่นะคะ ก็เลยไปเดินเล่นฆ่าเวลา ท่ามกลายสายหมอกที่ลงค่อนข้างจัดอยู่

DSC_6477

วันที่เคโกะไป คนเดินไม่เยอะเลยยยย น่าจะเป็นเพราะรถไฟหยุดวิ่งเนี่ยแหละค่ะ T^T

ด้านในก็มีประวัติความเป็นมาและรถไฟโบราณดูคลาสสิคให้ถ่ายรูปเล่น (ห้ามขึ้นไปเดินเล่นค่ะ)

DSC_6478

แล้วก็บริเวณสถานีรถไฟ

DSC_6487

พอหมอกจางหายแล้ว ก็มีคนมาถ่ายรูปเล่นที่รางรถไฟเยอะอยู่เหมือนกันนะคะ เค้าก็ชอบถ่ายรูปกับรางรถไฟเหมือนบ้านเราสินะ 555

DSC_6493

นอกจากนี้ยังมีถนนคนเดิน Fenqihu ด้วยค่ะ ก็จะมีร้านรวงมากมาย ทั้งของกินและของที่ระลึก เคโกะไม่ได้ถ่ายรูปไว้เลยอะ เพราะฝนตกปรอย ๆ ด้วยค่ะ

มีงานอาร์ต graffiti ให้ดูบ้างนิดหน่อยด้วยนะคะ

IMG_4848

ที่ที่เคโกะไปนั่งอู้ฆ่าเวลาและไม่เปียกฝนได้ดีก็คือชั้นบนของ 7-11 ค่ะ ใน 7-11 มีคาเฟ่ และโต๊ะให้นั่งด้วย ก็เลยสั่งอะไรร้อน ๆ ไปจิบแก้หนาว และก็นั่งรอเวลาไป

จากนั้นก็ไปนั่งแกร่วที่ป้ายรถบัสแทน .. แอบกลัวว่ารถบัสมาก่อนเวลาแล้วไม่รออะ แหะๆ

แม้แผนจะพังไปหน่อย แต่ก็ได้เดินเล่นที่ Fenqihu เพิ่มอีกที่ค่ะ ก็เป็นจุดท่องเที่ยวทีน่าสนใจอยู่บ้างนะคะ

 

ในส่วนเรื่องการจองตั๋วรถไฟ Alishan forest railway นั้น เคโกะแปะลิ้งค์ไว้ให้ด้านบนแล้ว ซึ่งแนะนำว่าจองตั๋วรถไฟล่วงหน้ามาจะดีที่สุดค่ะ เพราะตั๋วเต็มเร็วมากกกกกกกกกก จริง ๆ เคโกะจะจองตั๋วรถไฟขาไปนะคะ แล้วขากลับจะกลับรถบัสยาวถึงเจียอี้เลย แต่ขาไปจองตั๋วไม่ทันค่ะ ก็เลยต้องปรับมาเป็นขากลับ ที่จองตั๋วทันแทน (และก็โดยยกเลิกนี่แหละ T^T)

การจองตั๋วรถไฟ เนื่องจากเว็บเป็นภาษาจีนทั้งหมดค่ะ เพราะงั้นถ้าเอาสะดวกก็แปะใน google translate ค่ะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เช็คข่าวให้ดี ๆ ก่อนจองนะคะว่ารถไฟยังให้บริการอยู่หรือเปล่า ^^”

โดยรวมก็เป็นสถานที่ที่ก็แนะนำอยู่นะ ถ้าชอบแนว ๆ ธรรมชาติด้วยแล้ว คือดีงามเลยค่ะ สิ่งที่ไม่ควรพลาดก็คือการไปดูพระอาทิตย์ขึ้น สวยมากจริง ๆ ^^

แปะเพจปิดท้ายเช่นเคยค่ะ
https://www.facebook.com/thisiskeigo/ 

 

[airbnb] Zuoying, Kaohsiung

สวัสดีค่ะ มารีวิวเป็นที่สุดท้ายที่พักในทริปไต้หวันเดือนมีนาฯ ที่ผ่านมาแล้วนะคะ เบ็ดเสร็จทริป 8 วัน ปาเข้าไป 5 ที่พักเลยค่ะ แหะๆ

แต่ว่าที่พักที่สุดท้ายนี้เคโกะพักหลายวันหน่อยค่ะ ให้สมกับอยู่เมืองใหญ่ที่สุดทางภาคใต้ของไต้หวันนะคะ

Hotel name : Yoi Furniture / Yoi 家具
Location : Zuoying, Kaohsiung, Taiwan
Room type : Double bed room, shared bathroom
Price : 2,777.95BHT
Booking via : airbnb.com
Person(s) : 1
Night(s) : 3, 10-13 March 2018

ถ้าติดตามเคโกะมาตลอด จะเห็นได้ว่าเคโกะมักจะเลือกโฮสเทลเป็นอันดับต้น ๆ นะคะ ซึ่งก็ไม่ใช่ว่าในเมืองเกาสงจะไม่มีโฮสเทลพักนะ มีเยอะเลยค่ะ แต่ว่าจะอยู่ที่โลเคชั่นอื่น แต่เคโกะต้องการโลเคชั่นในบริเวณสถานีจั่วอิงค่ะ และก็น่าแปลกว่าแถวจั่วอิงไม่มีโฮสเทลเลย ก็เลยต้องไปซบอก airbnb และได้ห้องพักแบบห้องสองคนมา .. มองไปอีกมุมนึง ก็ดีเหมือนกันนะคะ ก็ดูเป็นส่วนตัวดีอะ กว้างขวางดีด้วย สบายยยย~

เคโกะจองห้องพัก จ่ายเงินเสร็จสรรพ ก่อนที่จะเดินทางได้ไม่กี่วัน โฮสท์ก็ส่งข้อความมาบอกค่ะว่าจะขอเปลี่ยนห้องหน่อยได้ไหม คือ เค้าบอกว่าห้องที่เคโกะจองจะมีคนมาพัก ได้ยังไงก็ไม่รู้ล่ะ แต่เอาเป็นว่ามีคนมาพักค่ะ แล้วก็เสนอห้อง master room ให้เคโกะพักแทนเฉพาะแค่ 2 คืนแรกโดยไม่เพิ่มเงิน ส่วนคืนสุดท้ายก็พักห้องที่จองไปนั่นแหละ ซึ่งสองห้องนี้ก็อยู่ตึกเดียวกัน ห่างกัน 2 ชั้น เคโกะก็โอเคนะ คือก็ไม่ได้อะไรอะค่ะ ไม่ได้จุกจิกขนาดนั้นอะค่ะ 555

การเดินทางจากสถานี TRA/THSR Zuoying (จั่วอิง) ก็ใกล้มากค่ะ ประมาณ 5 นาทีเอง ซึ่งเคโกะมาถึงดึก ๆ หน่อย ก็ไม่มีปัญหาค่ะ โฮสท์เค้าจะแจกแจงวิธีมาห้องพัก, การเอากุญแจห้อง ฯลฯ อะไรไว้ล่วงหน้าเรียบร้อยแล้ว แต่สิ่งที่แปลกใจก็คือ มันเป็นร้านขายเฟอร์นิเจอร์ค่ะ

IMG_4992

แต่เฟอร์นิเจอร์ในร้านเค้า เคโกะดู ๆ แล้วชอบนะ ถูกจริตดีค่ะ งานจะเป็นงานดีไซน์อะค่ะ เน้นตกแต่ง เน้นดีไซน์มากกว่านะ เก๋ ๆ ดีค่ะ ^^

ชั้นล่างเป็นส่วนโชว์รูมเฟอร์นิเจอร์ที่เค้าขายอยู่ ก็เดินขึ้นไปเปลี่ยนรองเท้าเป็นรองเท้าแตะสำหรับเดินในบ้านที่หัวบันไดชั้น 2 ค่ะ ซึ่งชั้นนี้จะมีครัวเล็ก ๆ ด้วย แต่เคโกะไม่แน่ใจนะว่าใช้ได้มั้ย

IMG_4993

และห้องที่เค้าให้มาพักแทนใน 2 คืนแรกนั้น บอกได้เลยว่ามันสุดยอดจริง ๆ ค่ะ อารมณ์แบบห้อง master room ของบ้านฝรั่งเลยอะ เป็นห้องที่ใหญ่มากกกกกค่ะ มีห้องน้ำในตัว และที่เก๋กู๊ดไปกว่านั้นก็คือ ห้องน้ำในตัวนี่ไม่ได้เล็ก ๆ นะคะ ห้องน้ำก็ใหญ่มากกกกก เหมือนกันและมีอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ในตัวด้วย!!

ตอนที่เห็นห้องแล้วแทบอยากกรี๊ดค่ะ ไม่อยากย้ายกลับไปนอนห้องที่จองไว้ในคืนสุดท้ายเลยจริงๆ ^^”

มามะ มาดูกันไปทีละส่วน

** อย่าลืมนะคะว่านี่เป็นห้องที่เค้าให้พักแทนห้องที่จองไว้ ราคาห้องจะไม่ใช่ที่เคโกะจ่ายไปนะคะ **

ห้องอยู่ชั้น 3 ค่ะ แทบจะเป็นทั้งชั้นเลย ใหญ่มากจริงๆ เปิดประตูห้องเข้ามา ทางขวามือก็คือส่วนที่นอน

เตียงคู่ หนานุ่ม นอนสบายดีค่ะ

DSC_6674

ข้าง ๆ ก็เป็นเก้าอี้นั่งเล่น และโต๊ะเขียนหนังสือ

DSC_6675

ตรงข้ามกับเตียง ก็จะเป็นทีวีและลิ้นชักเก็บของกระจุกกระจิก

ข้อดีอย่างนึงของห้องพักในร้านเฟอร์นิเจอร์ก็คือ จะมีเฟอร์นิเจอร์เก๋ ๆ ประดับห้องเพิ่มฟังก์ชั่นการใช้งานที่เยอะมาก และทำให้องค์รวมของห้องดูเก๋ ไม่จำเจ และไม่น่าเบื่อดีค่ะ

DSC_6676

บนกำแพงห้องก็จะติดกติกาการเข้าพักในห้อง รวมถึงวิธีการใช้รีโมททีวีและแอร์ค่ะ เพราะรีโมททั้งสองอย่างนั้นจะคล้ายกับที่ญี่ปุ่นนะ คือ เป็นภาษาจีนทั้งหมดค่ะ คนต่างชาติที่ไม่รู้ภาษามาใช้ก็ต้องงง ๆ กันแน่ๆล่ะเนอะ

IMG_5006

ในลิ้นชักใต้ทีวี ก็มีไดร์เป่าผมให้ใช้วางไว้ตรงนี้ด้วย

IMG_5007

ไปดูห้องน้ำกันบ้างค่ะ จะอยู่ฝั่งซ้ายมือของประตูห้องค่ะ

เข้าห้องน้ำไปปุ๊บ ซ้ายมือเป็นโซนเปียกทั้งหมด มีกระจกกั้นมิดชิด น้ำไม่กระเซ็นค่ะ มีชั้นวางขวดต่าง ๆ เพียบพร้อมมาก และมีครีมอาบน้ำ แชมพูวางไว้ให้ใช้ด้วย ส่วนฝักบัวอาบน้ำก็มีให้เลือก 2 แบบ งง ๆ ไปอีกจ้าาา มีทำไมสองแบบ 555

DSC_6677

แล้วก็เป็นอ่างอาบน้ำค่ะ ไม่ธรรมดาจริง ๆ เลยค่ะ แช่ตัวพร้อมกันได้ 2 คนเลยนะ

DSC_6679

ส่วนอีกฝั่งนึงของห้อง ก็เป็นส่วนแห้ง อ่างล้างหน้าก็มี 2 อ่างค่ะ (รูปเก็บภาพได้ไม่หมดนะคะ)

DSC_6678

จัดว่าเป็นความดีงาม แทบไม่อยากย้ายห้องจริง ๆ ^^”

เอาล่ะ ต่อไปเป็นห้องที่จองมาที่แท้จริงค่ะ

ห้องที่จองไว้จะอยู่ชั้น 4 และแน่นอนว่า ไม่มีลิฟท์ค่ะ เดินแบกกระเป๋าวนไปค่ะ T^T

แต่ที่พิเศษไปกว่านั้น ไม่ใช่ชั้น 4 ธรรมดา เพราะเป็นการนับชั้นที่ชวนงงมาก จำได้มั้ยเอ่ย ห้องเมื่อกี้นี้เคโกะบอกว่าอยู่ชั้น 3 เนอะ แล้วห้องนี้อยู่เหนือขึ้นไปอีก 2 ชั้น ก็ต้องเป็นชั้น 5 สิ ทำไมเคโกะบอกชั้น 4?

โฮสต์บอกว่านี่เป็นห้องชั้น 4 ค่ะ เคโกะเดินขึ้นบันไดนับชั้นแล้วน่าจะชั้น 5 นะ เพราะเค้าไม่นับชั้นลอยค่ะ T.T

สรุป มันเป็นชั้น 5 ที่เบอร์ห้อง (และบนกุญแจห้องที่แปะเบอร์ติดไว้) เป็นชั้น 4 ค่ะ

ห้องนี้ก็จะเล็กลงมาประมาณ 1/3 ของห้องใหญ่ที่เคโกะพูดถึงไปเมื่อกี้ค่ะ และไม่มีห้องน้ำในตัว ต้องเดินลงมาชั้นนึงเพื่อเข้าห้องน้ำที่ใช้ร่วมกันกับชั้นล่างชั้นนั้นค่ะ

ซึ่งบอกเลยว่า ตอนที่เคโกะเข้าพัก ชั้นที่อยู่ด้านล่างเคโกะที่ต้องเดินลงไปใช้ห้องน้ำกับเค้าน่ะ ชั้นนั้นมีห้องพักอีก 2 ห้อง ซึ่งเต็มหมด เป็นผู้ชายฉกรรจ์ล้วน ๆ ค่ะ และก็เสียงดัง โหวกเหวกโวยวายมาก .. รู้สึกน่ากลัวมากกกกกก T^T

ย่องลงไปอาบน้ำตอนค่ำนะ เค้าเปิดประตูห้อง คุยกันดังลั่น อารมณ์ผู้ชายตั้งวงกินเหล้ากันหน้าบ้านอะค่ะ (มองภาพออกเนอะ) แล้วเคโกะเป็นผู้หญิงคนเดียว เดินลงไปอาบน้ำอ่ะ … ฮืออออ โคตรน่ากลัววววววว ><~

วกกลับมาดูห้องกันเถอะ (เปลี่ยนอารมณ์ไวมั้ย 555)

ก็เป็นเตียงคู่กลางห้องเลยค่ะ นอนสบายดีเหมือนกัน

DSC_6899

ข้าง ๆ เตียงก็เป็นชั้นวางของกระจุกกระจิก โต๊ะเก้าอี้นั่งเล่น 1 ชุด

DSC_6900

ช้างเขียวๆ นั่นเก้าอี้ค่ะ ดีไซน์เก๋มากเลย

แล้วก็มีพัดลมด้วย? ตอนที่ไป อากาศก็ไม่หนาวแบบเปิดพัดลมแทนแอร์ได้นะ 555

DSC_6901

ส่วนตรงข้ามกับเตียง ก็ยังคงมีทีวีให้ดูอยู่ และมีโต๊ะเขียนหนังสือให้ด้วย

DSC_6903

เช่นเคย บนกำแพงมีแปะป้ายกติกาการเข้าพัก และแนะนำวิธีการใช้รีโมทต่าง ๆ ค่ะ

DSC_6902

ส่วนในลิ้นชักใต้ทีวีก็มีไดร์เป่าผม นี่ถ้าไม่ซน เปิดดูนู่นนี่นั่น ก็จะไม่รู้เลยนะ 555

DSC_6904

ครบถ้วนแล้วมาสรุปกับห้องนี้กันเลยค่ะ ซึ่งเคโกะจะพูดรวม ๆ เน้นไปในห้องที่เคโกะจองมานะ

  • โลเคชั่นเริ่ดมาก ถ้าต้องการห้องพักใน area นี้ค่ะ (ระแวกจั่วอิงนะคะ) เดินมาจากสถานีนิดเดียวเองอะ ใกล้มากจริง ๆ และรอบ ๆ มีมินิมาร์ท ร้านอาหารเยอะอยู่ค่ะ
  • โฮสต์คุยอังกฤษได้ดีเลยค่ะ แต่พอแอดไลน์ไว้คุยกันเผื่อบอกทางนู่นนี่นั่นอะค่ะ กลายเป็นจีนเฉยเลย ><
  • โฮสต์ก็น่ารักดีนะคะ ห้องพักไม่ว่างก็เอาห้องอื่นมาให้พักแทน ซึ่งราคาต่างกันก็ถือเป็นความผิดพลาดของเค้าเนอะ ก็ไม่ควรคิดเงินเพิ่มอะค่ะ แล้วก็คุยดีน่ารักมีมารยาทดีค่ะ ในวันที่เคโกะต้องเปลี่ยนห้อง เคโกะลืมไปว่าต้องคืนกุญแจห้องให้เค้าและเอากุญแจห้องใหม่มา เค้าก็ไลน์มาตามค่ะ เคโกะก็โอเคนะ คือเราโก๊ะเอง ก็เลยรีบวนกลับไปคืนกุญแจห้องให้เค้า เค้าก็ขอโทษใหญ่เลยว่าทำให้เราลำบากต้องวนไปวนมาไรงี้อะค่ะ ซึ่งจริง ๆ เคโกะว่า เราเองก็ผิด เค้าเองก็ไม่ได้แจ้งเตือนล่วงหน้าหรือบอกก่อนว่ากุญแจห้องใหม่อีกห้องอยู่ไหน จะได้เอาของย้ายไปวางไว้ก่อน ไรงี้
  • ห้องพักสะอาดสะอ้านมากกกกกค่ะ มีตู้น้ำดื่มให้กดด้วย ดีงามมาก ๆ
  • สิ่งที่ต้องคิดนิดนึง ไม่เชิงเป็นข้อเสียนะคะ ก็คือ ห้องอยู่ชั้นบนสุด ไม่มีลิฟท์นะคะ เพราะงั้นถ้ากระเป๋าหนัก ก็ต้องคำนึงนิดนึงอะค่ะว่าโอเคกับการแบกกระเป๋าขึ้นห้องมั้ย
  • ห้องพักไม่มีห้องน้ำในตัว เป็นห้องแบบ shared bathroom ค่ะ ซึ่งต้องเดินลงไป 1 ชั้น
  • เรื่องนี้เคโกะซวยเอง คือ ดันมาเจอคนเช่าห้องพักชั้นล่างที่ดูน่ากลัวค่ะ ผวาพอควรเลย แต่เอาเข้าจริง ๆ ก็ไม่มีอะไรนะคะ เค้าก็ไม่ได้มาพูดจาแทะโลมหรือมีทีท่าลวนลามอะไรอะ แค่มอง ๆ เฉยๆ ค่ะ
  • ห้องพักมีไวไฟให้ใช้ทุกห้องค่ะ และเน็ตแรงเร็วดีเลยค่ะ
  • การเช็คอิน-เช็คเอาท์เป็นแบบทำด้วยตัวเองนะคะ เคโกะว่าสะดวกดีนะ (ซึ่งขั้นตอนต่าง ๆ พวกนี้ โฮสต์จะบอกเราล่วงหน้าก่อนเดินทาง และจะย้ำอีกรอบนึงล่วงหน้า 1 วันก่อนเข้าพักค่ะ)
  • โฮสต์ response ไวมากค่ะ ถามไปแป๊บเดียวก็ตอบกลับมาเลยค่ะ

เป็นห้องพักห้องนึงที่เคโกะชอบมากนะ แนะนำเลยค่ะ และถ้ามีงบค่าห้องเยอะ เอาห้องใหญ่ไปเลยค่าาาาาา เอาให้สุดนะ เพราะมันสบายมากจริงๆ ^^ แต่ถ้าอยากประหยัดแบบเคโกะ ห้องที่เคโกะพักก็ดีแล้วค่ะ

ฝากเพจแปะปิดท้ายโพสต์ค่ะ
https://www.facebook.com/thisiskeigo/

 

[airbnb] Homi Space @ Pingtung

สวัสดีค่ะ โพสต์นี้มาสั้น ๆ เลยค่ะ ไม่ได้ถ่ายรูปอะไรเยอะเลยอะ

ที่พักนี้เคโกะจองไว้พักคืนเดียว อยู่ที่เมืองผิงตง ไต้หวันค่ะ ชื่อฟังดูไม่คุ้นว่าอยู่ตรงไหนหว่า เป็นเมืองที่อยู่ทางทิศใต้ของเกาะไต้หวัน ติดกับเมืองเกาสง เมืองใหญ่ที่สุดทางใต้ของประเทศค่ะ

Hotel name : Ho-mi Space / Ho覓 Space
Facebook Page : https://www.facebook.com/homispace/
Location : Pingtung, Taiwan
Room type : Single bed room (จองไปเป็นห้องรวมแบบโฮสเทลทั่วไป แต่ได้เป็นห้องเดี่ยวค่ะ งง ๆ กับเจ้าของอยู่เหมือนกัน ณ จุดนี้ ^^”)
Price : 435.47BHT
Booking via : airbnb.com
Person(s) : 1
Night(s) : 1, 9-10 March 2018

การเดินทางแสนง่ายดายค่ะ เดินออกจากสถานีรถไฟผิงตง แล้วตรงไปเรื่อย ๆ ราว ๆ 10 นาที ก็จะถึงเลยค่ะ

ด้านหน้าประมาณนี้ เบลอทะเบียนรถไว้นิดนึงตามธรรมเนียมค่ะ ^^”

IMG_4946

ด้านหน้าแบบชัด ๆ

IMG_4947

ออกแนวเป็นร้านหนังสือผสมงานศิลปะมากว่าค่ะ เพราะเข้าไปแล้วคือหนังสือเต็มตู้เลยอะ เยอะมาก ๆ ค่ะ แล้วก็ดูอาร์ท ๆ หน่อย

เคโกะติดต่อผ่านทาง airbnb นะคะ เพราะจะมาดร็อปกระเป๋าเดินทางไว้ที่นี่คืนนึงแล้วค่อยกลับมาพัก 1 คืนค่ะ ซึ่งโฮสท์ก็ใจดี อนุญาตให้วางกระเป๋าได้ วันที่เคโกะไปดร็อปกระเป๋านั่นก็เลยได้เจอกับเพื่อนใหม่ที่นั่นคนนึงค่ะ ตอนแรกคิดว่าเป็นเจ้าของนะ แต่เค้าออกตัวก่อนว่าไม่ใช่ค่ะ เป็นแขกที่มาพักระยะยาว แล้วเค้าก็ช่วยเหลือดีมาก ๆ เลย (ดีกว่าโฮสท์อีก ฮาาาาา)

ห้องพักเคโกะที่จองมา เข้าใจว่าเป็นแบบ dorm ค่ะ เพราะใน description ของห้องที่จองก็บรรยายประมาณนั้นคือเป็นเตียงแบบชั้น ๆ และรับได้ 12 คน แต่พอเอาเข้าจริง ได้เป็นห้องเตียงเดี่ยว .. จริง ๆ จะว่าเตียงเดี่ยวก็ไม่ค่อยถูกนัก เป็นเตียง 2 ชั้นแหละค่ะ แต่ชั้นล่างกลายเป็นโซฟาแบบไม่มีพนักอะค่ะ และอยู่ชั้น 4  .. ไม่มีลิฟท์ค่ะ แบกกระเป๋าขึ้นมาเองด้วยตัวเองล้วน ๆ เลย ><~

เตียงก็จะเป็นเตียงปูด้วยฟูกบาง ๆ นอนแล้วยวบ ๆ ไม่ค่อยสบายนักค่ะ บวกกับต้องปูที่นอนเองหมดเลย

จะดูยับ ๆ ยู่ยี่หน่อยนะคะ ไม่ใช่ว่าเคโกะนอนก่อนถ่ายนะ แต่ขี้เกียจปูให้เรียบร้อยสวยงามค่ะ ก็แหม คืนเดียวเองอ่าาาาา มักง่ายนิดนะคะ ^^”

IMG_4962

แล้วก็ชั้นล่างของเตียงที่ว่าดูเหมือนโซฟาค่ะ เคโกะไม่แน่ใจนะว่าเค้าตั้งใจให้เป็นโซฟานั่งเล่น (?) หรือเป็นเตียงแคบ ๆ อีกที่นึงค่ะ แต่ผ้าปูที่นอน ผ้าห่ม หมอนไรงี้ มีให้แค่ชุดเดียวค่ะ พิจารณาเองแล้วกันเนาะ

IMG_4964

มุมสูงไปอีก เกาะบันไดที่ปีนขึ้นเตียงนอนค่ะ และโซฟาตัวนี้ ก็เอาไว้วางของซะเลย 555

แล้วก็ space ห้องที่บอกได้เลยว่าคับแคบมากกกกกก เคโกะถ่ายจากมุมสูง แบบยืนอยู่ที่ขั้นบันไดขึ้นเตียงที่อยู่ชั้นบนของโซฟาในรูปบนนะคะ

IMG_4963

ก็พอเห็นขอบบันไดนิด ๆ เนอะ (ขอบด้านล่างของรูป) 

ห้องน้ำมีให้ใช้เป็นแบบแชร์กันในชั้นค่ะ เป็นห้องน้ำแบบตึกแถวเลยอะ ซึ่งก็จะมีทั้งส่วนเปียกและส่วนแห้งรวมกัน ไม่มีแบ่งแยกค่ะ ส่วนแชมพูและครีมอาบน้ำนั้นมีให้ใช้ แต่สภาพแอบดูเก่า ๆ ไม่น่าใช้เลยอะ (ถามว่าใช้มั้ย ก็ใช้ค่ะ ใช้เฉพาะครีมอาบน้ำ เพราะไม่เคยพกเองอยู่แล้ว ฮาาาาาา)

สรุปเลยแล้วกัน เพราะรูปน้อย ฮาาาาา

  • โลเคชั่นดีค่ะ ใกล้สถานีรถไฟ ไปไหนก็สะดวก ถึงแม้ว่าจะเป็นเมืองที่ไม่มีอะไรเที่ยวก็เถอะ (555)
  • โฮสต์ค่อนข้างจะ response ช้าค่ะ ให้แอดไลน์ เคโกะก็แอดนะ แต่ไลน์ไปก็เงียบเหมือนเดิมค่ะ – -“
  • โฮสต์ไม่คล่องภาษาอังกฤษนะคะ เคโกะทักแชทผ่าน airbnb ไป เข้าใจว่ามีฟังก์ชั่นแปลภาษาในตัว เพราะเค้าตอบกลับมาเป็นภาษาจีนที่ตรงคำถามตลอดค่ะ แล้วเมื่อคุยไลน์ ก็จะเป็นจีนตลอดเลยด้วย
  • ที่พักออกแนวเป็นศูนย์การเรียนของเด็กหรือให้ทำกิจกรรมการเรียนรู้ของเด็กนักเรียนอะไรประมาณนี้ค่ะ บางวันจะพลุกพล่านมาก อย่างคืนที่เคโกะเข้าพัก ก็มีเด็กนักเรียนมาเหมือนเข้าค่ายอะค่ะ มาทำกิจกรรมกันเสียงดังและค้างคืนด้วย ก็ทำให้ต่อคิวห้องน้ำกันยาว ๆ ไป
  • ห้องพักที่ได้คือห้องแบบคนเดียวที่แคบมากๆ ไม่มีหน้าต่างค่ะ และผนังห้องบางพอสมควรเลย
  • ห้องน้ำไม่ค่อยสะอาดนัก และการระบายน้ำก็ไม่ดีนักค่ะ ไม่มีที่วางของด้วย
  • ห้องพักจะอยู่ชั้น 4 ค่ะ ชั้นล่าง ๆ จะเป็นส่วนที่ให้เด็กนักเรียนทำกิจกรรมกัน ก็อาจจะไม่สะดวกนักสำหรับคนที่กระเป๋าเดินทางใบใหญ่หรือหนักๆ ค่ะ

เทียบกับราคาที่จ่ายไปแล้ว ถ้าพักแค่คืนเดียวหรือสองคืนก็พอทนอยู่นะคะ ยังไงก็ดูเป็นที่พักที่ใกล้สถานีที่สุดเท่าที่เคโกะหาได้แล้วแหละ (555)

ฝากเพจไว้เผื่ออยากติดตามกันค่ะ ช่วงนี้ก็โพสต์แต่บล็อกที่ตัวเองเขียนอะนะ ^^” ระบายโหลดองไปในตัวค่ะ แหะๆ
https://www.facebook.com/thisiskeigo/

Gledo B&B @ XiaoLiuQiu Island

สวัสดีค่ะ มารีวิวที่พักในที่แปลก ๆ บ้าง (555) คิดว่าน่าจะมีคนไทยน้อยคนเนอะที่ไปเที่ยวเกาะนี้และพักค้างคืนกัน แต่เกี่ยวกับเกาะนี้ เกาะ Xiao Liu Qiu (Liou Ciou — สะกดแบบไต้หวัน) เนี่ย เคโกะจะมาพูดแบบละเอียด ๆ อีกทีนึงใน part รีวิวที่เที่ยวเนอะ

Hotel name : Gledo B&B / 桔乐多 (小琉球桔乐多民宿)
Website (Chinese) : http://lebuo.com.tw/
Facebook Page : https://www.facebook.com/桔樂多-342333622559716/
Location : Xiao Liu Qiu island, Pingtung, Taiwan
Room type : double bed room
Price : 1,200NTD (after discount), pay at arrival
Booking via : Facebook messenger
Person(s) : 1
Night(s) : 1, 8-9 March 2018

ก่อนที่จะไปเกาะนี้เคโกะลองหาข้อมูลรีวิวดูค่ะ ปรากฏว่าน้อยถึงน้อยมาก มีคนไทยที่เคยไปก็จะเป็นประมาณว่าเป็นนักเรียนไทยที่นู่นแล้วก็ว่างไปเที่ยวไรงี้อะค่ะ ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวไปเที่ยวแบบจริงจังเท่าไหร่ ซึ่งก่อนหน้าที่จะมาลงเอยที่ xiaoliuqiu นี้ เคโกะแพลนจะไปเขิ่นติง (Kenting) แต่ว่าการเดินทางและเวลาไม่เอื้อจริง ๆ ก็เลยย้ายมาเป็นแบบนี้แทนค่ะ (ต๊ะเขิ่นติงไว้ก่อน เดี๋ยวถ้ามีโอกาส น่าจะต้องกลับไปซ่อมให้ได้ค่ะ 555)

เคโกะเสิร์ชหาที่พักอยู่หลายที่เหมือนกันนะ จนมาลงเอยที่นี่ เพราะดูแล้วราคาพอรับได้กับการจ่ายคนเดียวค่ะ ก็เลยทักไปทางเฟซบุ๊คด้วยภาษาอังกฤษ ซึ่งในใจอะคิดว่า ถ้าตอบกลับมาเป็นจีน ก็จะเปลี่ยนภาษาเป็นจีนให้ แต่เค้าก็ตอบกลับเป็นอังกฤษที่ดูแล้วไม่ได้เลวร้ายเลยค่ะ จัดว่าดีเลยอะ ก็แปลกใจอยู่เหมือนกัน (ไปรู้เอาทีหลังว่าภรรยาของคุณเจ้าของเป็นคนเวียดนาม เลยรู้ภาษาอังกฤษ และมาช่วยตอบให้ค่ะ)

เรานัดหมายกันที่ท่าเรือค่ะ ข้ามเรือไปปุ๊บให้โทรหาเค้า แล้วเค้าจะมารับที่ท่าเรือ พร้อมทั้งพาเช่าจักรยานหรือมอเตอร์ไซค์ (ซึ่งมอเตอร์ไซค์กับ ออโต้ไบค์ต้องใช้ใบขับขี่สากล — เคโกะไม่มี เลยได้จักรยานแบบธรรมดาสุด ๆ เท่านั้นค่ะ)

แล้วเค้าก็จะนำทางไปที่ที่พักค่ะ ด้านหน้าไม่มีรูปอะ แหะๆ โดยรวมก็คือคล้าย ๆ เป็นตึกแถวที่พักอาศัยอะค่ะ แล้วเอามาดัดแปลงเป็นห้องพักให้นักท่องเที่ยวเช่ารายวันไป ไรงี้นะคะ

ห้องที่ได้ เป็นห้องที่จัดว่าใหญ่เลยนะ

เบอร์ห้องจะเป็นชื่อห้องแทนค่ะ ก็อยู่ชั้น 2 นะ เดินขึ้นมาสบาย ๆ ค่ะ

IMG_4927

เตียงใหญ่มากกกก

DSC_6594

ดูเยิน ๆ เล็กน้อยนะคะ เพราะนอนกลิ้งเกลือกไปนิดหน่อยแล้วค่อยลุกมาถ่ายรูปอะ 555

DSC_6602

ปลายเตียงเป็นทีวีแบบติดผนัง มีตู้เย็นด้วย .. ซึ่งทั้งหมดนี่ ไม่ได้ใช้เลยค่ะ 555

DSC_6595

ติดกับประตูห้องก็เป็นโซฟาตัวยาว นั่งเล่นนอนเล่นได้ แต่เคโกะเอาไว้วางกระเป๋า ฮาาาาา

เสื้อตัวฟ้านั่น คุณเจ้าของไปยืมของภรรยาเค้ามาให้ใช้ เพราะกลัวเคโกะหนาวค่ะ (คอสตูมของเคโกะก็ยังเป็นแบบหน้าร้อนอยู่ค่ะ เสื้อแขนสั้น ยีนส์สั้น ^^”)

ส่วนถุงผ้าใบนี้ได้มาจาก Jerry Yan Thailand Fanclub แล้วคุณเจ้าของเห็น เอาไปแซวใหญ่เลย 555

DSC_6601

เดินมาอีกฝั่งนึงของห้อง ก่อนถึงห้องน้ำ ก็จะเป็นมุมแต่งตัว มีโต๊ะเครื่องแป้งและตู้เสื้อผ้าที่ใบใหญ่มาก ได้ฟีลหอพักเลยค่ะ

DSC_6598

ห้องน้ำ แยกส่วนเปียกส่วนแห้งได้ชัดเจนมาก ส่วนเปียกจะเป็นประตูกระจกกั้นเลยค่ะ

DSC_6599

ส่วนเปียกก็มีแชมพู และครีมอาบน้ำให้ใช้ มีน้ำอุ่นให้ใช้ด้วยค่ะ

DSC_6600

คร่าว ๆ ก็ประมาณนี้ล่ะค่ะ ถ่ายรูปมาไม่ค่อยเยอะนัก ส่วนนอกห้องถ่ายไม่ได้เลยจะถูกกว่า เพราะคุณเจ้าของอยู่ตลอด และเคโกะก็ขี้เกียจไปเจรจาขอถ่ายรูปด้วยค่ะ 555

โดยสรุปเลยแล้วกันนะ

  • เจ้าของใจดีมากถึงมากที่สุด คุยเก่ง อัธยาศัยดี ช่วยเหลือทุกอย่างค่ะ เคโกะเองขี่จักรยานไม่ค่อยแข็งนัก เค้าดูท่าทีแล้วก็ให้ซ้อนมอเตอร์ไซค์แล้วพาเที่ยวทั้ง 2 วันเลยค่ะ คือแบบเกรงใจมากกกกอะ แล้ววันที่เข้าพัก ตอนค่ำฝนตกด้วยค่ะ ออกไปหาข้าวเย็นกินไม่ได้ เค้าก็ให้ภรรยาขึ้นมาถามว่าจะทานอะไรมั้ย จะไปซื้อมาให้ โห … แบบ มีน้ำใจสุด ๆ เลยค่ะ (แต่เคโกะก็ไม่ได้รับนะ ไดเอทค่ะ 555) รวมถึงอะไรอีกหลาย ๆ อย่างเลยค่ะ เช่น ลดค่าห้องให้ พาไปดำน้ำ ให้ยืมรองเท้าแตะไปเล่นน้ำทะเล ฯลฯ น่ารักมาก ๆ เลยค่ะ
  • ค่าห้องนี่รวมอาหารเช้าแล้วนะคะ เค้าจัดเตรียมไว้ให้ค่ะ
  • ข้อเสียเพียงอย่างเดียวที่เคโกะคิดได้ก็คือ คุณเจ้าของพูดอังกฤษไม่ได้เลยค่ะ เค้าเองก็สารภาพกับเคโกะตรง ๆ เหมือนกันว่าตอนแรกก็หนักใจว่ารับลูกค้าคนต่างชาติ (ก็เคโกะที่แอ๊บเป็นคนที่ไม่รู้ภาษาจีนนี่แหละ 555) แล้วจะคุยกันยังไง คิดว่าจะให้ภรรยาเค้ามารับแขกแทน ก็มาเจอว่าเคโกะพูดจีนได้ เค้าก็เลยรู้สึกโล่งอกค่ะ

เคโกะชอบที่นี่มากเลยนะคะ ถ้ามีโอกาสมาเที่ยวและค้างคืนที่เกาะ xiaoliuqiu นี้ก็ฝากที่พักนี้ไว้ให้พิจารณาด้วยนะคะ เคโกะแนะนำเลยค่ะ ดีงามมากจริงๆ ^^

ปิดท้ายโพสต์ด้วยการฝากเพจเช่นเคย ^^”
https://www.facebook.com/thisiskeigo/

An Lan Jie Hostel @ Chiayi Taiwan

สวัสดีค่ะ ทริปนี้ค่อนข้างจะมีความบ้าบอสูงมาก เปลี่ยนที่พักบ่อยเลยรีบลงบล็อกหน่อยนะคะ (จะไปได้สักกี่น้ำเนี่ย 555)

Hotel name : An Lan Jie Hostel / 安蘭居 (安蘭居國際青年館)
Websitehttp://www.anlanjiehostel.com/en/
Facebook Pagehttps://www.facebook.com/an.lan.jie
Location : Chiayi, near Chiayi Station
Room type : Standard 6 beds female dorm
Price : 461.91BHT
Booking via : Traveloka
Person(s) : 1
Night(s) : 1, 7-8 Mar 2018

ก่อนเดินทาง เคโกะก็จองผ่านแอพ traveloka เรียบร้อยค่ะ แต่ในแพลนคือจะส่งกระเป๋าเดินทางมาที่โฮสเทลนี้ก่อนตั้งแต่เถาหยวน ก็เลยทักพนง.ผ่าน Facebook Messenger ไปถึงเรื่องการส่งกระเป๋า และขอที่อยู่เพื่อเอาไว้กรอกเวลาส่งกระเป๋า พนง.ก็น่ารักค่ะ พูดอังกฤษได้ปร๋อเลย ให้ที่อยู่มาทั้งจีนและอังกฤษเลยค่ะ พอเคโกะมาถึง และถามถึงกระเป๋า พนง.ก็รีบชี้ให้ดูเลยค่ะว่ามาถึงเรียบร้อยแล้วอยู่ตรงนั้นไง ไรงี้ค่ะ

การเดินทาง เคโกะกระดึ๊บ ๆ มาถึงสถานีเจียอี้แล้วก็เปิดกูเกิ้ลแม็พและเดินตามค่ะ (- -“) คือ ก็ใกล้อะค่ะ เดินนิด ๆ หน่อย ๆ เนอะ แต่ว่าเคโกะหาตึกไม่เจอแหละ แล้วใช้เซนส์เอา (หื้ออออ?) เดาว่าน่าจะเป็นตึกที่สูง ๆ ในซอยนั้นค่ะ เพราะมันอยู่ชั้น 14 อะ ใช่ม้า แล้วก็เดาถูกค่ะ (ฮาาาาา)

แปะโลเคชั่นจากกูเกิ้ลแม็พไว้ให้ตรงนี้นะคะ ถ้าตามรอยมาถึงจุดที่หมุดปักอยู่ มองหาตึกสูง ๆ ได้เลยค่ะ มีตึกเดียวในซอยล่ะค่ะ ^^”

Locationhttps://goo.gl/maps/7YCMNKwgFR92

ขึ้นลิฟท์มาชั้น 14 ก็จะเห็นป้ายชื่อโฮสเทลหราเลยค่ะ

IMG_4858

ซึ่งตรงที่เป็นรูปธงชาติเนี่ย จะบอกว่าวันนี้มีแขกเข้าพักมาจากประเทศไหนบ้าง เก๋เนอะ ไม่ค่อยเจอโฮสเทลทำแบบนี้นะคะ

นอกไปจากนั้น ตรงประตูทางเข้า ก็มีป้ายชื่อแปะหราเลยจ้าว่าเป็นใครบ้าง มาเป็นชื่อเลยค่ะทีนี้ ><

IMG_4863

กดออดเพื่อให้พนง.เปิดประตูให้ หรือแท็บคีย์การ์ดที่พนง.ให้มาหลังจากเช็คอินแล้วก็ได้ค่ะ

IMG_4864

เข้ามาก็จะมีตู้รองเท้า ก็ถอดรองเท้าไว้ตรงนี้ก่อนนะคะ

IMG_4862

เดินไปเช็คอินที่เคาน์เตอร์กันค่ะ ซึ่งจะมีพนง.คอยต้อนรับอยู่แล้ว

IMG_4898

ซึ่งตรงหลังจอมอนิเตอร์คอมฯที่อยู่ตรงหน้าพนง.แต่ละคน จะมีป้ายชื่อบอกด้วยค่ะว่าพนง.ที่เข้าทำงาน ณ เวลานั้นชื่ออะไรกันบ้าง

IMG_4859

แล้วพนง.ก็จะอธิบายกฎเกณฑ์การเข้าพักต่าง ๆ และพาเราไปที่ห้อง เป็นอันเรียบร้อยค่ะ

ภายในห้องพักไม่ค่อยมีรูปอะ เพราะมีคนอยู่ตลอดเวลาเลยค่ะ ^^”

คราวนี้เคโกะก็ได้เตียงบนอีกแล้ว .. อ้อ นี่เป็นโฮสเทลเดียวที่พักในทริปนี้ค่ะ ที่เหลือจะไม่ใช่โฮสเทลเลยนะคะ

ให้ดูบริเวณหัวเตียงละกันเนอะ ก็จะมีปลั๊กไฟให้ชาร์จสรรพสิ่งใด ๆ ที่ต้องการไฟได้ 2 devices และมีชั้นเล็ก ๆ วางของได้นิดหน่อย กับสวิตช์ไฟส่องสว่างส่วนตัว

IMG_4893

แล้วก็มีป้ายอธิบายวิธีการเช็คเอาท์ ที่เราจะต้องถอดปลอกหมอนอะไรต่าง ๆ นานาไปยัดใส่ตะกร้าผ้าที่ทางโฮสเทลจัดไว้ให้ด้วย

IMG_4892

ห้องพักนี้เป็นห้องพักรวมที่มีห้องน้ำในตัวค่ะ แต่ห้องน้ำก็มีห้องเดียว เข้าได้ทีละคนค่ะ แยกส่วนเปียก-แห้งได้ด้วยม่านที่ดูจะกันเปียกไม่ค่อยได้ ^^”

และความที่ห้องน้ำใช้ร่วมกันทั้ง 6 คนในห้องพักเดียวกัน ก็จะรู้สึกไม่ค่อยสะอาดหน่อย ๆ อารมณ์แบบทิชชูเปียกน้ำหล่นอยู่นอกถังขยะ มีเส้นผมกระจายตามจุดต่าง ๆ ไรงี้อะนะคะ และห้องน้ำก็แคบมาก ๆ ด้วย ตรงนี้คือจุดที่ไม่ชอบที่สุดค่ะ แคบไป๊~

มาดูการตกแต่งหน้าห้องก็เก๋ ๆ ดีค่ะ เอารูปถ่ายมาแปะ ๆ เรียง ๆ กันสวย ๆ

IMG_4861

ส่วนอาหารเช้าที่นี่ก็มีให้บริการฟรีค่ะ เป็นแบบบริการตัวเองตามสไตล์โฮสเทลทั่วไปนะคะ

IMG_4894

พร้อมด้วยอุปกรณ์เสร็จสรรพ

IMG_4895

ก็จะได้มาประมาณนี้ .. เคโกะสงสัยจริง ๆ นะ เค้ากินกันแค่นี้จริง ๆ เหรอ อิ่มจริง ๆ เหรอ?

IMG_4897

ปิดท้ายด้วยมุมพักผ่อนเก๋ ๆ ในโซนส่วนกลางที่เป็นทุกอย่าง ทั้งที่รับประทานอาหาร ที่นั่งสังสรรค์ ฯลฯ เคโกะว่าตรงนี้เก๋ดีนะ .. แต่ .. ไม่ได้นั่งค่ะ 555

IMG_4896

สรุปเลยแล้วกัน

  • พนง.ที่นี่พูดอังกฤษได้ทุกคนค่ะ และพูดได้คล่องมาก ๆ ด้วย เป็นที่พักที่เดียวในทริปนี้เลยค่ะที่มีพนง.พูดอังกฤษได้ดีขนาดนี้ (ส่วนที่เหลือนั้น .. ติดตามกันต่อไปเนอะ ^^”) และพนง.ก็น่ารักมาก ๆ แนะนำสถานทีเที่ยวได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ มีแผนที่ของโฮสเทลเองให้เราด้วยนะ
  • มีอาหารเช้าบริการ (ขนมปัง กาแฟ/ชา หรือจะนำอาหารอื่น ๆ มาทานเองก็ได้ค่ะ เค้ามีจานชามให้ใช้ แต่ก็ล้างคืนด้วยค่ะ) มีตู้เย็นให้ฝากแช่ของได้ (เขียนชื่อแปะด้วย ตามสไตล์โฮสเทลค่ะ)
  • มีไวไฟให้ใช้ด้วย
  • ตึกที่โฮสเทลอยู่หายากไปนิด อย่างที่บอกอะค่ะ เคโกะใช้เซนส์เดาเอาว่าน่าจะเป็นตึกไหน แต่พอไปอยู่ใต้ตึกจะมีลิสต์อยู่ว่าแต่ละชั้นมีสนง.หรือโฮสเทลอะไรแปะบอกอยู่ ก็เช็คได้จากตรงนี้ค่ะ
  • โลเคชั่นจัดว่าดีค่ะ ใกล้สถานีรถไฟเจียอี้ และเดินไปตลาดกลางคืนได้ไม่ไกลมากค่ะ ใกล้ ๆ ก็มีมินิมาร์ทด้วยค่ะ และเป็นย่านชุมชนเลยแหละ ไม่น่ากลัว ไม่เปลี่ยวค่ะ
  • ห้องพักจะแคบ ๆ หน่อย เวลากางกระเป๋าเดินทางออกมาจัดของแต่ละทีก็เต็มห้องเลยค่ะ (555) รวมถึงห้องน้ำเองก็แคบ ๆ ไปหน่อย

โฮสเทลนี้ได้เรตติ้งดีมาก ๆ ในหลาย ๆ เว็บไซต์นะคะ ซึ่งเคโกะว่าก็เหมาะแล้วอะค่ะ ถ้าหาโฮสเทลราคาน่าคบกับโลเคชั่นดี ๆ ที่นี่ก็เป็นหนึ่งทางเลือกที่น่าจะพิจารณาค่ะ ^^

ฝากเพจไว้เช่นเคย ~ https://www.facebook.com/thisiskeigo/