Foodies in Taiwan #7

สวัสดีค่ะ จั่วหัวโพสต์ขึ้นมาเป็น #7 ก็ไมต้องตกใจไปนะคะ ใส่ลำดับตามครั้งที่ไปค่ะ เพราะไม่รู้ว่าจะ run number ไปเบอร์ไหนดีแล้ว ^^”

ก็ว่ากันด้วยของกินที่กิน ๆ เข้าไปตลอดทั้งทริปในส่วนที่นอกเหนือไปจากที่เคยพูดถึงในโพสต์ก่อน ๆ ค่ะ

เริ่มต้นด้วยยาคูลท์และพุดดิ้งใน 7-11 ที่เคโกะว่าพุดดิ้งอร่อยมาก ๆ ค่ะ คู่นี้รวมกัน 40NTD

IMG_3606

ต่อมาเป็นนมไข่มุกที่ตลาดกงก่วน อันเป็นที่ร่ำลือกันหนาหูว่ามันอร่อยมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

เคโกะแอ๊บเป็นนักท่องเที่ยวสั่งเป็นภาษาอังกฤษนะคะ จะได้เมนูมาตรฐานมา ซึ่งก็คือ นมไข่มุกนั่นแหละค่ะ เคโกะสั่งแบบเย็นไป แก้วนี้ 40NTD ค่ะ

ส่วนรสชาติ โดยส่วนตัวแล้ว เคโกะไม่ถูกจริตค่ะ ไม่ได้รู้สึกว้าววววอย่างที่เค้าร่ำลือกัน ถ้าครั้งหน้าผ่านมาชิม คิดว่าน่าจะต้องสั่งแบบคนที่นี่สั่งค่ะ (มันมีหลายเมนูนะ แต่ไม่รู้ทำไม default กลายเป็นนมไข่มุกอย่างเดียวอะค่ะ) เพราะเท่าที่ดูคิวก็ยาว ๆ อยู่ มีทั้งนักท่องเที่ยวและคนไต้หวันเองค่ะ ก็น่าจะอร่อยระดับนึง ที่ไม่ใช่เมนูนมไข่มุกนี้ค่ะ ^^”

03

ตอนดึกมาเดินเล่นที่ซีเหมินติง เลยหาอะไรที่ยังไม่เคยชิมทานเล่นดู ก็เลยไปได้เจ้าไส้กรอกเล็กแบบนี้มา 1 ถุงเล็กค่ะ ราคา 35NTD รสชาติก็เฉย ๆ ค่ะ

IMG_3661

แล้วก็เลยฉวยโอกาสเดินไปแลกไอศกรีม Coldstone มา 1 ถ้วยฟรี ตามที่ได้คูปองมาจากการซื้อซิมค่ะ

IMG_3660

ตอนเช้าวันถัดมาก็ทานเกี๊ยวน้ำเป็นมื้อเช้าค่ะ ที่ไต้หวันเค้าเรียกกันว่า “หุนตุ้น” ค่ะ ก็เป็นร้านแถว ๆ ที่พักนั่นแหละค่ะ มากับเพื่อนก็เลยสบายหน่อย ให้เพื่อนอธิบายเมนูให้แล้วก็สั่งให้ด้วย 555 ชามนี้ 60NTD ค่ะ เกี๊ยวแน่นเต็มชาม อร่อยมาก ๆ ค่ะ

02

วันสิ้นปีตอนมื้อเที่ยงก็พักหาอะไรทานง่าย ๆ ซึ่งตอนนั้นอยู่ที่รถไฟฟ้า Zhongxiao Fuxing ค่ะ มีโซนอาหารอยู่หลายร้าน ก็เลยไปได้ซาละเปามา 2 ลูกพร้อมด้วยชานม 1 แก้ว เคโกะชอบชานมที่นี่นะคะ อร่อยและไม่หวานดี ^^ ทั้งหมดนี้ราคา 52NTD ค่ะ

01

แล้วตอนค่ำที่ไปเดินรอเคาน์ดาวน์ แถว ๆ นั้นก็มีจัดงานออกแนวตลาดนัดของกินค่ะ ก็เลยไปเดิน ๆ เล่นดูบ้าง ได้เจ้านี่มา คล้าย ๆ ปอเปี๊ยะม้วนเนื้อชีสทอด อร่อยมากกกกกค่ะ ราคา 80NTD จะค่อนข้างแพงไปนิด น่าจะเพราะจัดเฉพาะกิจ เฉพาะเทศกาลเคาน์ดาวน์ในคืนนั้นค่ะ

IMG_3765

วันสุดท้ายในมื้อเที่ยง หลังจากไหว้พระขอพรที่วัด Baoan แล้ว ก็พักหาก๋วยเตี๋ยวง่าย ๆ กิน ซึ่งเป็นร้านเดียวในระแวกนั้นที่มีเมนูภาษาอังกฤษค่ะ

คราวนี้เคโกไหวตัวทันเน่อ สั่งบะหมี่เกี๊ยว + กับข้าวมาทานคู่กัน 1 อย่างค่ะ ราคาน่าคบมาก ๆ แค่ 70NTD เท่านั้นเอง

00

ปิดท้ายด้วยของฝากที่หิ้วกลับมาทั้งฝากท้องตัวเองและฝากคนอื่น

เริ่มด้วยของคนอื่นก่อน เป็นหมูแผ่นค่ะ รสจะออกเผ็ดนิด ๆ (ตามที่คนได้รับบอกมา) ซื้อในคาร์ฟูร์ค่ะ

WKLP8383

แล้วก็เนื้อแผ่น ยี่ห้อเดียวกับหมูแผ่นด้านบน รสจะเผ็ดหน่อย ๆ แต่อร่อยมากกกกกกค่ะ ซื้อมาจากคาร์ฟูร์เช่นกัน

LPYF0235

และนอกจากนั้นเคโกะก็หิ้วบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาด้วย จริง ๆ แล้วแอบแพงนะ แต่พอเห็นหน้าตาแล้วก็ยอมค่ะ เพราะบะหมี่ก้อนใหญ่มาก กินแล้วอิ่มเลย นอกจากนี้ยังมีเนื้อตุ๋นบรรจุซองใส่มาให้ด้วย เทลงไปปุ๊บกลายเป็นบะหมี่เนื้อเลยค่ะ อร่อยมากกกกกกกกกกกกกกกกกก

หาซื้อได้ที่คาร์ฟูร์เช่นเดิม ^^”

IMG_3870

ดูน้อย ๆ เนอะ … แต่เคโกะก็ทานประมาณนี้แหละค่ะ 5555

เจอกันโพสต์ถัดไป วาร์ปไปญี่ปุ่นกันบ้างนะคะ ^^”

ระหว่างนี้ไปเม้าท์มอยที่เพจได้ค่ะ https://www.facebook.com/thisiskeigo/

 

Advertisements

Miaoli – Nanzhuang Route

สวัสดีค่ะ โพสต์นี้พาออกนอกเมืองกันนะคะ

พูดถึงจังหวัดเหมียวลี่ (Miaoli – 苗栗) แล้วก็คงเป็นเพียงทางผ่านเพื่อไปเมืองอื่น ๆ เช่น Taichung, Tainan อะไรงี้นะคะ ซึ่งก็เป็นจังหวัดที่ไม่ค่อยมีอะไรเที่ยวจริง ๆ อ่ะแหละ (555) แต่ก็จะลองพาไปดูกันค่ะ ว่าใน 1 วันของเคโกะไปเมืองนี้ได้อะไรบ้าง

แพลนจริง ๆ ค่อนข้างจะแน่นและยาวเหยียด (ไหนว่าไม่มีที่เที่ยวไงเจ๊?) เอาเข้าจริง ไม่ได้ครบตามแพลนค่ะ คิดว่าน่าจะต้องมาใหม่แหละ เพราะที่พลาดไปนั้นดูจะค่อนข้างเป็นแลนด์มาร์คของเมืองนี้อยู่อะค่ะ

มา เริ่มกันเลยเนอะ

Location : Miaoli, Nanzhuang route
Transportation : Taiwan Haoxing bus (台湾好行) No.5805A
Visited date : 29 Dec 2017

เคโกะเริ่มต้นการเดินทางไป Miaoli ด้วยรถไฟ TRA ไปลงที่สถานี Zhunan ซึ่งเป็นเขตนึงในจังหวัดนี้อะนะคะ ออกมาจากสถานีแล้วก็จะเห็นป้ายบอกทางไปจุดจอดรถบัส 好行 หรือรถบัสที่ประจำเส้นทาง ผ่านจุดท่องเที่ยวต่าง ๆ ไรงี้อ่ะค่ะ เคโกะจะใช้บริการรถบัสนี้ในเส้นทาง Nanzhuang route ค่ะ สายเบอร์รถก็คือ 5805A ค่ะ

เดินตามป้ายมาเรื่อย ๆ ผ่าน 7-11 ทางซ้ายมือ ป้ายรถเมล์จะอยู่เยื้อง ๆ กับ 7-11 นี้ค่ะ ทางด้านขวามือ จะมีป้ายนี้ตั้งเด่น แอบหลังต้นไม้นิด ๆ อยู่

IMG_3615

มีเวลาและเส้นทางบอกเรียบร้อย ซึ่งก็ควรจะดาวน์โหลดเวลาแต่ละป้ายรถให้ดีค่ะ (ดาวน์โหลดได้จากเว็บรถบัสนะคะ)

link รายละเอียดรถบัส (ภาษาจีน แต่เปลี่ยนภาษาที่เมนูด้านบนได้ค่ะ) :: https://en.taiwantrip.com.tw/line/5
ตารางเวลารถบัส (ภาษาจีนเช่นกัน เปลี่ยนภาษาที่ลิ้งค์บนแล้ว ตารางนี้ก็จะมีภาษาอังกฤษเพิ่มให้ค่ะ) :: https://www.taiwantrip.com.tw/upload/1514891435nxLv9.pdf

ตอนที่เคโกะไปรอรถบัสก็เจอกับกรุ๊ปที่มารอรถบัสนี้เช่นกันกลุ่มใหญ่เลย แอบเหลือบเห็นในมือพวกเค้ามีตั๋วแบบ 1-day pass อยู่ ซึ่งเคโกะอ่านเจอว่าซื้อบนรถได้ แต่ก็เห็นว่าเค้าซื้อมาได้ในราคาที่ถูกกว่าค่ะ ก็เลยถามเค้าว่าซื้อบัตรนี้จากไหน เค้าก็ใจดี บอกให้ว่าซื้อที่ตู้อัตโนมัติใน 7-11 ค่ะ เคโกะดูเวลาแล้วยังพอมีเวลาอยู่ก่อนที่รถจะมา ก็เลยรีบวิ่งไปซื้อตั๋วบ้าง

ตู้ขายตั๋วก็เป็นปัญหากับเคโกะอีกเช่นเคย เนื่องจากเป็นภาษาจีนล้วนค่ะ แม้จะอ่านพอได้บ้าง แต่ที่อ่านได้นั้นเป็นจีนตัวย่อค่ะ T.T บวกกับเวลากระชั้นชิด เลยรีบขอร้องให้พนักงานมาช่วยกดตั๋วให้ และรีบจ่ายเงินราคา 135NTD และรีบวิ่งไปรอรถบัสค่ะ

IMG_3616

คำนวณราคาแล้ว ถือว่าคุ้มมาก ๆ ค่ะ ขนาดแค่นั่งรถไปกลับเดินถนนคนเดินเล่น ๆ ก็คุ้มค่ะ (ในไฟล์ตารางเวลามีตารางค่าโดยสารให้คำนวณด้วยค่ะ)

ระหว่างนั่งรถไป ก็นั่งเสิร์ชหาที่แวะรายทางอีกสักจุด แล้วก็ตัดสินใจจะลงที่ Toufen Backyard Garden ซึ่งเปิด ๆ กูเกิ้ลดูแล้วก็รู้สึกว่าพอใช้ได้ น่าจะพอมีอะไรให้เดินเล่น ชมวิวได้ แต่ปรากฏว่าเลยป้ายค่ะ T.T แล้วกรุ๊ปที่เคโกะซื้อตั๋วตามเค้าก็ลงป้าย Lion’s Head Mountain Historic Trail ซึ่งจริง ๆ เคโกะก็สนใจอยู่แล้ว แต่เนื่องจากวันที่ไปสุขภาพไม่ค่อยอำนวยค่ะ เลยกะจะไม่ไป แต่เลยป้ายที่อยากลงแล้วไง แล้วกรุ๊ปที่ตามเค้ามาก็แห่กันลงหมดเลย ก็เลยลงตามเค้าไปค่ะ T.T

โถ .. เคโกะ ไม่ได้อยากมาปีนเขา ดวงก็พาให้มาปีนเขาซะงั้นอ่ะ ปีนเขาซะทุกรอบเลย (555)

ป้ายที่ลง ดูวังเวงมาก เป็นบ้านร้าง ๆ ค่ะ (ถ่ายจากฝั่งตรงข้าม)

DSC_5272

ข้ามถนนมาก็เป็นปากทางเส้นทาง trail เลย

DSC_5274

ป้ายชื่อบอกชัดว่าเป็นเขาหัวสิงโต (Lion’s Head Mountain) ค่ะ

ทางเดินก็เป็นบันไดขั้น ๆ เดิน ๆ ไปเรื่อย ๆ ค่ะ แรก ๆ ดูเหมือนเดินง่าย เดินสบาย ๆ ค่ะ

DSC_5276

ข้างหน้าคือกรุ๊ปที่ลงรถตามเค้ามา

ข้างทางก็มีรูปปั้นอะไรบางอย่างดูน่าสนใจดี แวะถ่ายรูปนิดหน่อย ทิ้งช่วงกลุ่มคนที่แอบตามเค้ามาสักหน่อยค่ะ 555

DSC_5280

เดินไปตามทางเรื่อย ๆ ก็มีทางแยกนิดหน่อย เค้างง ๆ กัน ว่าไปทางไหนดี ไอ้เราก็งงไปด้วย ทำไก๋หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาไถกูเกิ้ลแมพดูเส้นทางค่ะ จนเค้าไปถูกทาง ก็เดินตามเค้าต่อ ^^”

DSC_5287

เดิน ๆ ขึ้นมาจนถึงด้านบนแล้ว จะเจอกับลานจอดรถของวัดแห่งหนึ่งโล่ง ๆ เลยค่ะ ซึ่งเคโกะก็คลาดกับกลุ่มข้างหน้าไปแล้วเรียบร้อย T.T .. ก็แค่โอ้เอ้หยุดถ่ายรูป แล้วก็แวะเข้าห้องน้ำอีกทีเท่านั้นเอ๊งงงงง

มองไปรอบ ๆ ลานจอดรถของวัดแล้วก็จะเห็นมีวัดเรียงรายอยู่ ไม่รวมกับที่ยืนอยู่นะคะ

DSC_5290

มองไปมองมา หาคนกลุ่มนั้นไม่เจอแล้ว เจอแต่แผนที่ก็รีบโผไปหาเลยค่ะ เผื่อจะช่วยอะไรได้บ้าง

IMG_3619

ดูจากแผนที่แล้วก็ถึงได้รู้ว่าวัดที่ยืนอยู่คือวัด Chuanhuatang Temple (劝化堂)

จริง ๆ แล้ว เคโกะว่าเส้นทาง trail ที่นี่ออกแนวเส้นทางสายบุญมากกว่าค่ะ จุดตัวหนังสือแดง ๆ แต่ละจุดในแผนที่นั้นเป็นวัดหมดเลยค่ะ นับไปนับมา มีวัดไม่ต่ำกว่า 10 แห่งค่ะ ถ้าไปหมด เคโกะว่าคงหมดวันแน่ ๆ T.T ก็เลยเอาวัดหัวสิงโต หรือวัด Chuanhuatang Temple ที่อยู่นี่ก็พอค่ะ ซึ่งหลังจากเดิน ๆ รอบ ๆ แล้ว เป็นวัดที่ใหญ่ สวยและแปลกตามากจริง ๆ ค่ะ

เดินต่อไปเรื่อย ๆ ซึ่งเป็นทางเดินซีเมนต์ธรรมดาละ ไม่ใช่ขั้นบันไดค่ะ ก็จะเจอกับทางเข้าวัด มีรูปปั้นสิงโตตั้งอยู่อย่างโดดเด่น

DSC_5297

มีการทำถ้ำให้เดินลอดเข้าไปได้ด้วย (ไม่แน่ใจนะคะว่าถ้ำจำลองหรือถ้ำจริง ๆ) ซึ่งด้านในก็มีไฟส่องทางอยู่บ้างค่ะ ไม่ได้มืดแบบไม่เห็นทางเลย

DSC_5303

ที่ว่าแปลกตาก็คือถ้ำ ๆ พวกนี้แหละค่ะ ขนาดทางเดินก็ยังอุตส่าห์จำลองให้เป็นถ้ำเลยอะ

DSC_5315

แล้วก็มีหน้าผาน้ำตกจำลองพร้อมด้วยรูปปั้นนกกระยาง (ใช่ไหมคะ ^^”) หยุดถ่ายรูปอยู่ที่นี่นานอยู่เหมือนกัน สวยและแปลกตาอย่างที่บอกค่ะ

DSC_5319

เป็นวัดที่ตั้งอยู่บนเขาเลย ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บนหน้าผาค่ะ เพราะพอมองออกไปก็จะเห็นเพียงหลังคาวัดและยอดต้นไม้ด้านล่างเท่านั้นเอง

DSC_5338

ด้านหลังวัด มีทางเดินทะลุออกไปเส้นทาง trail ต่อได้อีกค่ะ เคโกะก็เดินต่อนะ ^^”

แต่ช่วงหลังนี้เป็นทางเดินที่ดูไม่ค่อยง่ายแล้วล่ะค่ะ แต่ก็ไม่ได้ทุลักทุเลนะ

DSC_5354

มีวิวธรรมชาติ ๆ บนยอดเขาให้พักสายตาดูบ้าง จะได้พักไปด้วย

DSC_5362

เดินออกมาเรื่อย ๆ แล้วก็เจอต้นที่มีใบไม้แดงอยู่ต้นนึงค่ะ เดาว่าที่นี่น่าจะมีหลายต้น เพราะเคโกะเดินเจอใบไม้แดงร่วงเต็มพื้นตลอดทางเลย นี่น่าจะเป็นต้นที่ยังเหลืออยู่ต้นสุดท้ายละมั้งคะ ^^”

DSC_5363

ทางเดินตรงหน้าก็เดินต่อไปได้อีก แต่เคโกะก็ไม่รู้ว่าไปไหนแล้วนะ แล้วก็เจอกรุ๊ปครอบครัวมาเดินบริเวณนี้เหมือนกันค่ะ ตั้งใจจะไปถามทางสักหน่อย เลยไปเนียน ๆ ช่วยเค้าถ่ายรูป เลยได้พูดคุยกันนิดหน่อย ก็เลยรู้ว่าเป็นคนฮ่องกง พาครอบครัวมาซินจู๋แล้วเลยมาเที่ยวที่นี่ค่ะ … หมดกันคนถามทาง T.T

เคโกะเสียเวลาไปกับเขาลูกนี้เยอะอยู่เหมือนกัน และยังมีอีกหลายที่ที่อยากไป ก็เลยกลับค่ะ ก็เดินกลับมาทางเดิมเป๊ะ ๆ เลยนะคะ มารอรถบัสที่ป้ายรถบัสป้ายเดิมที่ดูเวิ้งว้างนั่นแหละค่ะ T.T

รอรถบัสนานอยู่เหมือนกัน เดาว่ารถเที่ยวที่เคโกะตั้งใจจะไปน่าจะเพิ่งผ่านไปไม่นานค่ะ เลยต้องรอรอบถัดไป แล้วอากาศก็หนาวด้วยนะ T^T

พอรถมาก็รีบขึ้น แล้วไปลงที่ป้ายสุดท้ายเลยค่ะ คือ Nanzhuang Visitor Center ค่ะ จะดูคึกคักมาก ๆ เพราะเป็นทั้งตลาดสดและถนนคนเดินค่ะ

ลงรถปุ๊บก็เจอแผนที่บอกทางไปที่เค้าแนะนำเลย

IMG_3645

เดินย้อนมานิดหน่อย ก็จะเจอกับทางเข้าถนนคนเดินค่ะ

DSC_5376

ด้านหน้าก็มีแลนด์มาร์คที่คนนั่งพัก นั่งกินอาหาร นั่งรอรถ ฯลฯ กันอยู่เยอะทีเดียว

IMG_3655

สองข้างทางก็จะเป็นร้านค้าขายนู่นนี่นั่นค่ะ ก็เดินไปเรื่อย ๆ ก็เจอกับร้านนึงมีสไปเดอร์แมนอยู่บนหลังคาด้วยอะ มีอะไรแปลก ๆ อีกละ

DSC_5378

ฝั่งตรงข้ามมีบ้านคุณนกฮูก และไปรษณีย์เก่าค่ะ

DSC_5382

เห็นเค้าว่าเป็นที่ทำการไปรษณีย์เก่าถึง 100 ปีเลยนะ

DSC_5383

แล้วก็มาหาอะไรกินบ้างดีกว่าค่ะ

เคโกะเตะตากับร้านนี้ หน้าตาเป็นเส้นลูกชิ้นปลายาว ๆ ชุบแป้งทอดค่ะ พอถามลุงถ่ายรูปได้มั้ย ลุงพยักหน้ารับแบบเต็มใจมาก พร้อมทั้งบอกจุดให้ยืนถ่ายรูปและโพสต์ท่าเสร็จสรรพเลยค่ะ

IMG_3650

ร้านลุงจะมีหลาย ๆ แบบ เราบอกได้ว่าเอาอะไร ไม่เอาอะไร และขนาดเท่าไหร่ (เป็นราคา) ค่ะ นอกจากนี้ลุงยังให้เซลฟี่กับลุง โดยลุงจัดท่าให้ด้วย คือ น่ารักมากกกกกกกกกกกกกกกค่ะ

ได้มา 1 ถ้วย รสชาติอร่อยดีค่ะ เนื้อเหมือนลูกชิ้นปลาเด้ง ๆ หนึบหนับ ๆ หน่อยนะ สนนราคา 100NTD ค่ะ

IMG_3652

จากนั้นก็ไปสั่งเผือกทอดกินอีก 1 ถ้วยค่ะ เป็นร้านด้านซ้ายมือ ถ่ายไกล ๆ หน่อยนะเพราะไม่ได้ขอเค้าถ่ายรูปค่ะ แหะๆ

IMG_3654.jpg

ร้านนี้สั่งง่ายค่ะ แค่บอกว่าเอาไซส์เล็กหรือใหญ่ก็พอ เดี๋ยวเค้าจะตัดเป็นคำ ๆ ใส่ถ้วยให้เรา แล้วให้เราปรุงน้ำจิ้มที่ตั้งอยู่ด้านหน้าเองตามใจชอบ

ถ้วยนี้ราคา 70NTD .. แต่รสชาติไม่ผ่านค่ะ รู้สึกเหมือนแป้งเยอะเกินไป ไม่ได้รสสัมผัสของเผือกเลย ไม่ถูกจริตอย่างแรงเลยล่ะค่ะ ><~

IMG_3653

ทานเสร็จก็กลับไปรอรถเพื่อไปที่สถานีรถไฟ Zhunan เหมือนขามาค่ะ ตรงนี้เป็นป้ายใหญ่ เลยมีป้ายไฟกระพริบบอกเวลารถมาถึงป้ายด้วย

IMG_3656

กลับมาถึงสถานี Zhunan แล้ว จริง ๆ เคโกะจะต้องนั่งรถไฟ Local line เพื่อไปที่สถานี Miaoli ตามแผนเดิมคือ ไม่ได้ไปเขาหัวสิงโต และมาเหมียวลี่เพื่อนั่งรถบัสไปเก็บสตรอเบอรี่ ก่อนกลับมานั่งรถไปดูสะพานขาดและสถานี Shengxing ค่ะ ซึ่งเป็นจุดแลนด์มาร์คที่นิยมมาถ่ายรูปกัน แต่พอเคโกะไปปีนเขาหัวสิงโต ก็เลยรวนไปหมดเลย (555)

เวลานั้นก็จัดว่าเย็นแล้วแหละสำหรับฤดูหนาวค่ะ แต่ก็คิดเอาเองว่าน่าจะพอไปสะพานขาดและ Shengxing ได้ ซึ่งทั้ง 2 ที่นั้นไม่มีรถเมล์ไปนะคะ เคโกะก็เลยจัดหนัก โบกแท็กซี่ไปเลยค่ะ T.T

กว่าจะถึงก็มืดแล้วอะ แล้วทั้ง 2 ที่ก็ไม่มีการจัดไฟเพื่อความสวยงามในการถ่ายรูปยามค่ำคืนใด ๆ เลยนะคะ แต่ว่าตัวสถานที่เองเปิดตลอด 24 ชม.ค่ะ

DSC_5388

คนขับรถเองก็บ่น ๆ แกมเป็นห่วงเหมือนกันว่าจะมาทำไมเย็น ๆ ต้องไปตอนเช้าสิ อะไรงี้ แต่ก็สัมผัสได้ค่ะว่าน่ารัก อัธยาศัยดี แล้วก็ขับรถดีมาก ๆ ด้วย

สุดท้ายก็เลยพับแผนทั้งหมด ให้คนขับรถไปส่งที่สถานี Miaoli เพื่อนั่งรถไฟกลับ Taipei ค่ะ โดยคนขับรถก็คงรู้อะว่ารถไฟที่เคโกะจองตั๋วไว้แล้วนั้นน่าจะอีกนานกว่าจะออกค่ะ ก็เลยไปส่งให้ที่ด้านหลังของสถานีรถไฟ ซึ่งมีตลาดกลางคืนอยู่ เดินเล่นฆ่าเวลาได้ หาของกินรองท้องได้ดีเลยค่ะ (ไม่มีรูปค่ะ แหะๆ)

โดยสรุปก็เป็นจังหวัดที่ดูไม่น่าจะมีอะไร แต่ก็มีอะไรค่ะ ต้องกลับมาเก็บตกที่พลาด ๆ ไปอีกรอบด้วยล่ะค่ะ ^^”

โพสต์หน้า น่าจะยังวนเวียนอยู่กับทริปไต้หวันช่วงปีใหม่อีกซักโพสต์นึงก่อนที่จะโยกข้ามไปญี่ปุ่นบ้างนะคะ

ระหว่างหาย ๆ ไป แวะไปทักทายกันได้ที่เพจค่ะ :: https://www.facebook.com/thisiskeigo/

Tamsui/Danshui @Taipei

สวัสดีค่ะ โพสต์นี้แนะนำที่เที่ยวทีใคร ๆ ที่ไปไต้หวันมาแล้วก็จะต้องรู้จักกันดีค่ะ เป็นสถานที่ที่นิยมไปกันเยอะมาก ๆ แต่เคโกะเองได้แต่แว้บผ่านไปผ่านมาหลายรอบ ยังไม่เคยเดินเที่ยวแบบจริงจังเลย

ในทริปปีใหม่ของเคโกะที่กำลังไล่เรียงลงบล็อกอยู่นี้ค่อนข้างจะผิดแผนอะไรไปพอสมควรอยู่ แม้แต่ที่ Danshui นี้ก็ผิดแผนไปหน่อย ๆ ค่ะ ก็เลยอาจจะมีสถานที่เที่ยว ของกินยังไม่ค่อยครบครันนักนะคะ

** หลาย ๆ คนอาจจะสงสัยทำไมสถานที่แห่งนี้ถึงเขียนอยู่ 2 แบบคือ Tamsui และ Danshui แล้วแบบไหนคือแบบที่ถูกต้อง 

— คำตอบก็คือ ถูกทั้งสองแบบค่ะ แบบแรก Tamsui จะสะกดแบบไต้หวัน (การพิมพ์ภาษาจีนแบบจู้อิน) ส่วน Danshui จะเป็นการสะกดแบบพินอินตามฉบับของจีนแผ่นดินใหญ่ค่ะ

ส่วนตัวเคโกะเอง เรียนภาษาจีนแมนดารินแบบจีนแผ่นดินใหญ่ เพราะฉะนั้นขออนุญาตสะกด Danshui ก็แล้วกันนะคะ แฮร่~

Location : Tamsui / Danshui / ตั้นสุ่ย / 淡水
Direction: MRT to Tamsui station

และเนื่องจากบริเวณนี้เป็นบริเวณกว้าง เคโกะจะไม่ใส่รายละเอียดปลีกย่อยลงไปนะคะว่าเปิด-ปิดกี่โมง มีค่าเข้าชมมั้ย ฯลฯ ขึ้นอยู่กับแต่ละสถานที่ในบริเวณนั้นค่ะ บางที่ก็ฟรี บางที่ก็เสียสตางค์ค่าเข้านิด ๆ หน่อย ๆ อะไรงี้นะคะ

แพลนของเคโกะยาวเหยียดครึ่งหน้ากระดาษ A4 เชียวค่ะ แต่เวลาไม่ค่อยอำนวยเท่าไหร่ เลยได้มานิดหน่อยอย่างที่ว่าไปแล้วว่ายังไม่ค่อยทั่วถึงนัก ตามมาเลยค่ะ ว่าไม่กี่ชั่วโมงของเคโกะ สามารถไปเดินเล่นอะไรได้บ้าง

เริ่มต้นจากสถานีรถไฟฟ้า Danshui ออกมาแล้วนั่งรถเมล์สาย R26 (สายสีแดง26 หรือ หน้า/ข้างรถจะเขียนว่า 红26 ค่ะ) ไปลงที่ Fort San Domingo 

IMG_3669

ที่สถานีรถไฟฟ้าเองก็มีคำแนะนำอยู่ค่ะว่าที่ไหนไปอย่างไรบ้าง

ที่ป้อม Fort San Domingo แห่งนี้ปิดทุกวันจันทร์นะคะ ก่อนมาเช็ควันทำการด้วยน้าาาา…

ป้ายรถเมล์ที่ลงก็จะอยู่ใกล้ ๆ กับที่นี่เลยค่ะ คนลงเยอะมาก ไม่ต้องกลัวลงผิดป้ายนะคะ

DSC_5390

เคโกะไม่ค่อยรู้อะไรกับสถานที่แห่งนี้นัก ก็เดิน ๆ เข้าไปด้านใน คิดว่าฟรีด้วยนะ 5555 ที่ไหนได้ มีค่าเข้าชมสถานที่ด้วยค่ะ ก็ 80NTD ค่ะ

IMG_3670

จากนั้นก็เดินเข้าด้านใน ผ่านพนง.ตรวจตั๋วนิดหน่อย ก็จะเห็นป้อมปราการสีแดงตระหง่านอยู่ตรงหน้าแล้วค่ะ

DSC_5396

สรุปจากวิกิฯ ได้ประมาณว่าเป็นของชาวสเปน แต่ได้ถูกทำลายลงในช่วงสงครามสเปนกับดัทช์ แล้วหลังจากนั้นดัทช์ก็มาซ่อมแซมใหม่ แล้วหลังจากนั้นรัฐบาลก็เข้ามาดูแล ปรับปรุงใหม่ เพิ่มประตูทางเข้าออกรอบนอก และให้กงสุลอังกฤษมาเช่าสถานที่ไปค่ะ

ซึ่งที่นี่ทำเลดีมากนะ ตั้งอยู่ปากแม่น้ำ Danshui ตรงข้ามกับเขา Guanyin ที่เคโกะเคยไปปีนเขามาแล้วรอบนึงค่ะ (ตามโพสต์นี้เลย)

ด้านในป้อมปราการแห่งนี้ก็จะมีรูปปั้นจัดแสดงตามจุดต่าง ๆ ด้วย ก็ไม่ค่อยเก็ทอยู่นะว่าคือใครอ่ะค่ะ แหะๆ ><”

DSC_5402

แล้วก็มาดูวิวทะเลดีกว่า

DSC_5405

ภายในก็เป็นห้องจัดแสดงนิทรรศการที่มาที่ไปอะไรงี้ล่ะค่ะ มีห้องนึงที่เป็นเกมสนุก ๆ ให้เด็ก ๆ เล่นด้วย

DSC_5407

จากนั้นก็ออกจากป้อมปราการนั้น เดินไปเรื่อย ๆ ก็จะเจอตึกแดงอีกตึกนึง มีคนมาถ่ายรูปตรงนี้กันเยอะเลย ซึ่งเคโกะว่าก็สวยดีนะ ถ่ายรูปพอร์เทรตสวยทีเดีียวค่ะ

DSC_5408

ด้านข้างมีปืนใหญ่จัดโชว์ไว้ น่าจะเป็นของเก่า ของโบราณเลยล่ะค่ะ

DSC_5414

ด้านในก็ทำเป็นห้องจัดแสดงนิทรรศการเหมือนกัน ถ้าจำไม่ผิดจะเป็นการแสดงข้าวของเครื่องใช้ของฝรั่งในยุคก่อนค่ะ

เคโกะเดินเล่นไปเรื่อย ๆ เดินทะลุประตูด้านหลังไป ก็จะเจอมหาวิทยาลัย Oxford ค่ะ ตัวตึกตรงนี้จะทรงโมเดิร์นหน่อย ๆ แล้วค่ะ

DSC_5426

ด้านหน้าเต็ม ๆ บ้าง ถ่ายให้ไม่ติดคนนี่ยากพอควรเลยค่ะ เพราะวันที่ไปมีผู้คนมาเดินเยี่ยมชมสถานที่เหมือนกันเยอะมากจริง ๆ

DSC_5430

เจอสระน้ำเป็นไม่ได้เลย หามุมสะท้อนตล๊อดดดด

DSC_5442

เดินลัดเลาะไปเรื่อย ๆ ก็จะมาเจออาคารทรงโบราณที่อยู่บริเวณสระน้ำอีกด้านนึงค่ะ ตรงนี้เป็นตึกเก่า และแน่นอนว่ามีคนถ่ายรูปตรงนี้เยอะมากอีกเช่นเคย

DSC_5437

เดินเล่นอยู่พอสมควร ก็เดินลัดเลาะออกจากมหาวิทยาลัยค่ะ เลียบเรื่อยไปตามถนนจนออกมาบริเวณทางเข้าของ Fort San Domingo ที่เคโกะเข้าตอนแรก เดินข้ามถนนอีกหน่อยก็จะเป็นเส้นทางเลียบแม่น้ำค่ะ

ตอนแรกตั้งใจจะไปต่ออีกซักที่ แต่เปิด Google Map แล้วแอบไกล เลยพอแต่เท่านี้ค่ะ 5555

มาเดินเล่นเลียบแม่น้ำดีกว่า .. อย่างที่ว่าไปแล้วว่าตั้งอยู่บริเวณปากแม่น้ำ ก็เลยจะดูไม่ค่อยสวยนักค่ะ ดูมีหาด ๆ แนวสันดอนปากแม่น้ำไรงี้

DSC_5444

ถ้าเอาประหยัดเวลาก็นั่งรถเมล์กลับไปที่สถานีรถไฟฟ้าเหมือนเดิมก็ได้ค่ะ แต่เคโกะเน้นออกกำลังกายเดินกินลมชมวิวเลียบแม่น้ำไปเรื่อย ๆ นะคะ ^^”

เจอคุณลุงยืนตกปลาด้วย แอบเก็บรูปไว้หน่อย ^^”

DSC_5446

ฝั่งตรงข้ามก็คือฝั่ง Bali เขาลูกนั้นก็คือ Guanyin Mountain ที่เคโกะพูดถึงไปแล้วค่ะ มีทางเดินเขาด้วยถือเป็นเขาที่เดินเหนื่อยลูกนึงเลยแหละ (แต่ก็เดินมาแล้ว ^^”)

DSC_5452

เดินมาเรื่อย ๆ (ไกลอยู่ค่ะ บอกเลย ถ้าเดินไม่อึดจริง เคโกะไม่แนะนำให้เดินตามเคโกะนะคะ เหนื่อยค่ะ) จนใกล้ ๆ ถึงบริเวณสถานีรถไฟฟ้าแล้ว เคโกะก็เปิด Google Map อยู่นะ คือ ซูม ๆ หาวัด หาที่เที่ยวเพิ่มไรงี้อะค่ะ จนนึกออกว่า เออ แถวนี้มีวัดอะไรสักสิ่งนี่นาที่อยู่ใน tourist guide ที่สถานีค่ะ ก็เลยเปิดหาแล้วเดิน ๆ ดู

แต่เคโกะไม่เจอวัดนะ (555) เจอ Graffiti แทนค่ะ ซึ่งเค้าเพ้นท์กันไว้สวยงามมากจริง ๆ

DSC_5465

ถ่ายไปติดคนเค้ามายืนอยู่ด้วยความบังเอิญ แต่เคโกะว่าทำให้องค์ประกอบภาพลงตัวขึ้นนะ แหะๆ

DSC_5468

ตรงนี้ถ้าอยากมาตามรอย ก็ลองเสิร์ช Love lane ดูค่ะ เคโกะว่าเจอ เพราะคุ้น ๆ ว่าเห็นอยู่แว้บ ๆ แต่เคโกะไม่รู้คืออะไรไง เลยไม่ค่อยอยู่ในความทรงจำค่ะ แหะๆ

DSC_5470

ระหว่างเดินวนไปมาหาวัดที่จะไป (ลืมแล้วด้วยว่าวัดอะไร ฮาาาา) ก็เจอแมวตัวนึง น่ารักมากกกกกกกกกกกกค่ะ อดถ่ายรูปไม่ได้อีกตามเคย

IMG_3699

เดินไปเดินมา เอ้า เจอป้ายบอกทางไป Red Castle 1899 อีก ก็คิดว่าน่าจะเป็นมิวเซียมหรืออะไรสักสิ่งค่ะ ก็เลยเดินหาดู

ทางเข้าเป็นทางแคบ ๆ ที่ไม่คิดว่าจะเป็นทางเข้า (ฮาาาา) อยู่ใกล้ ๆ กับ Love lane นั่นแหละค่ะ ทางเดินแคบและไม่ค่อยน่าเดินเท่าไหร่ แต่เดินไปนิดนึงก็จะเจอกับ Red Castle ที่ว่านั่นแหละ และปริศนาก็ถึงกับกระจ่าง

DSC_5474

แท้จริงแล้วคือร้านอาหาร วิวและบรรยากาศดีค่ะ ตั้งอยู่บนที่สูง ทำให้มองเห็นเบื้องล่าง เห็นวิวแม่น้ำได้ไรงี้ค่ะ

เคโกะก็ไปเดินต่อที่ถนนคนเดินเลยค่ะ

สิ่งที่ได้มาจากถนนคนเดินก็คือ เค้กตั้นสุ่ย ที่ร่ำลือกันนักหนาว่าอร่อยมากมาย ซึ่งเค้าจะมี 2 แบบคือ แบบออริจินัลและแบบชีสเค้ก ราคาก็จะต่างกันเล็กน้อยด้วยค่ะ

วันที่ไป คิวยาวมากกกกกกกก ขดเป็นงูกินหางอยู่ประมาณ 3 ทบได้ ต่อคิวไปพักนึง ก็มีพนง.มาถามว่าซื้อแบบไหน เคโกะเองไม่ชอบชีสอยู่แล้วก็เลยเอาแค่ออริจินัลพอ ซึ่งสามารถลัดคิวไปสั่งหน้าร้านได้เลยค่ะ แปลว่าแถวยาว ๆ นั่น รอกินชีสเค้กกันหมดสินะคะ ^^”

เค้กก้อนนี้ ก้อนใหญ่มาก 80NTD ค่ะ เคโกะทานคนเดียวไม่หมดเน่อ เหลือเก็บไว้ทานต่อเป็นมื้อเช้าวันรุ่งขึ้นได้แบบอิ่มมากค่ะ

IMG_3691

ในกล่องเค้าจะมีมีดพลาสติกมาให้ 1 อันด้วย สำหรับหั่นเค้กนะคะ และกล่องเค้กก็จะอ้า ๆ แบบนี้เลยค่ะ ไม่ได้ปิดสนิท (เข้าใจว่ามันยังร้อนอยู่ ปิดกล่องไม่ได้ค่ะ)

ของกินอีกอย่างนึงที่เคโกะตั้งใจมาหากินให้ได้ก็คือ “อาเก่ย” ค่ะ

IMG_3692

ไม่มีรูปที่หั่นแล้วแฮะ … ก็เป็นเต้าหู้ที่ยัดไส้ด้วยวุ้นเส้นอะค่ะ แล้วราดด้วยไข่ โปะด้วยซอสนิดหน่อย มีซุปพอขลุกขลิกค่ะ ก็อร่อยดีนะ ชามข้างบนนั่น 35NTD ค่ะ

กว่าจะเดิน ชม ช้อป ชิมเสร็จ ก็เย็นพอดี เดินออกมาถนนใหญ่ ใกล้ ๆ กับสถานีรถไฟฟ้าก็จะเจอเค้าจัดไฟให้ถ่ายรูปกันสวยงามทีเดียวค่ะ

DSC_5483

มีหัวจักรรถไฟโบราณด้วย ป้ายเขียนว่าห้ามปีนป่ายเล่นค่ะ

DSC_5489

ก็ถือว่าเป็นบริเวณที่น่าเดินเล่นอีกที่นึงค่ะ โอกาสหน้าผ่านไปแถว ๆ นั้น ก็จะพยายามจัดสรรเวลาไปเดินเล่นให้ทั่ว ๆ เพิ่มเติมนะคะ แล้วจะมาอัพเดทกันภายหลังค่ะ ^^”

หลัง ๆ ชอบลืมแปะฝากเพจเรื่อยเลย .. แวะไปคุยเล่นเม้าท์มอยกันได้ค่ะ : https://www.facebook.com/thisiskeigo/

แล้วเจอกันใหม่ในโพสต์ถัดไปนะคะ

Zhouji Congee @ Taipei

สวัสดีค่ะ โพสต์นี้ก็ขอมาแนะนำร้านอาหารเช้าร้านนึงที่ในกลุ่มคนไทยที่เที่ยวไต้หวันก็ชื่นชอบกันมาก เคโกะก็เลยขอตามรอยลองชิมดูบ้างนะคะว่าสมคำร่ำลือมั้ย

Restaurant : Zhouji Congee / Zhouji Rouzhou /ร้านข้าวต้มหมูโจวจี้ / 周记肉粥店
Open hours : 6:00-16:50 every Sunday – Friday, 6:00-16:30 every Saturday
Location : Longshan Shi Station / Longshan Temple Station exit3, walk to right hand side for a while

ร้านนี้จะอยู่แถว ๆ วัดหลงซันที่คนไทยรู้จักกันดีค่ะ ร้านจะอยู่ฝั่งตรงข้ามกับวัด แล้วเดินเลยไปอีกซักพักเลยค่ะ พอเดินเลยไปทางขวามือ (หันหน้าเข้าวัด) แล้วจะเจอทางแยกก็ตรงขึ้นไปอีกหน่อยค่ะ จากวัดน่าจะเดินประมาณราว ๆ 7-10 นาทีนะคะ สังเกตง่าย ๆ ว่าจะอยู่ตรงข้ามกับตึกเก่า ๆ แถววัดหลงซันที่เคยลงไว้แล้วค่ะ

ถ่ายหน้าร้านจากฝั่งตรงข้ามให้ดูประกอบค่ะ

DSC_5702

ป้ายแดงๆ ค่ะ เป้าหมายของเรา

DSC_5703

หน้าร้านก็จะเป็นกระจกใสธรรมดาค่ะ ด้านหน้าร้านก็จะมีเคาน์เตอร์อาหารยาว และพนักงานรับออเดอร์สำหรับซื้อกลับบ้านอยู่ คิวก็จะยาว ๆ คนแน่น ๆ หน่อยนะคะ ตอนที่ไปก็มีโต๊ะว่างพอดีสำหรับตัวคนเดียวค่ะ สบายไป

เมนูอาหารเป็นภาษาจีน และมีอังกฤษกำกับพร้อมทั้งรูปทั้งหมด ดูง่าย สั่งง่าย แต่จดเมนูยากค่ะ

IMG_3794

ด้านหลังเมนู มีสองหน้าเองค่ะ

IMG_3796

มาคนเดียว แค่มาชิม ๆ ไม่ต้องเยอะค่ะ 3 อย่างพอก่อนค่ะ ซึ่งใบจดรายการนี้จะไม่มีข้าวต้มให้เราจด เราต้องบอกเค้าค่ะว่าเอาข้าวต้มกี่ถ้วย (แต่ก็เข้าใจว่าน่าจะเป็นดีฟอลท์ เค้ายกมาให้เอง ซึ่งคิดราคาเป็นถ้วย ๆ ไป เราเติมกี่ถ้วย เวลาเก็บเงินก็บอกเค้าว่ากินไปกี่ถ้วยค่ะ)

IMG_3795

อย่างที่บอก เมนูดูง่าย แต่ใบจดรายการที่สั่งนั้นกลับยากกว่า (555) ก็ถ้าอ่านจีนไม่ได้ก็ไม่เป็นไรค่ะ เราจิ้ม ๆ บอกพนง.ไปก็ได้ แต่เคโกะพออ่านได้บ้าง ก็เลยจดไปให้เค้า ซึ่งภายหลังมี 1 เมนูที่หมดแล้วค่ะ (เข้าใจว่าเป็นกระดูกหมูอ่อนนะที่หมด –ในใบรายการคือ เมนูที่ติ๊กไว้รายการสุดท้ายค่ะ) ก็เลยเปลี่ยนเป็นอะไรสักสิ่ง ที่เคโกะลืมไปแล้ว – -” ตามที่เค้าแนะนำมาให้ว่าก็อร่อยเหมือนกัน

พระเอกของร้านนี้ที่ลายแทงเค้าแนะนำกันว่ามันอร่อยมากจริง ๆ มาแล้วต้องสั่งนะ ก็คือ หมูกรอบค่ะ ซึ่งก็อร่อยจริง กรอบอร่อยเชียวล่ะ แนะนำต่อว่าไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงเช่นกันค่ะ

IMG_3797

ต่อด้วยจานถัดไป น่าจะเป็นลิ้นหมูนะ เคโกะลืมแล้วค่ะ แหะๆ เป็นจานที่มาแทนที่เคโกะสั่งแล้วหมดน่ะค่ะ ก็อร่อยดีนะ

IMG_3798

ต่อไปที่ตับหมู หั่นมาเป็นชิ้น ๆ พอดีคำ ทุกจานเค้าจะมีขิงซอยวางข้าง ๆ จานมาให้ด้วยค่ะ

IMG_3799

น้ำจิ้มก็มา หน้าตาประมาณนี้ ออกเผ็ดเบา ๆ ค่ะ ไม่เผ็ดจัดเหมือนบ้านเรานะ

IMG_3800

ปิดท้ายที่ข้าวต้มค่ะ เราจะทานกี่ถ้วยก็ได้ คิดราคาตามจำนวนที่เราทานไป ซึ่งเค้าจะถามตอนที่คิดเงินค่ะ

IMG_3802

เคโกะทานข้าวต้มแค่ถ้วยเดียวแหละ กับข้าว 3 อย่าง ก็อิ่มกำลังดีเลยนะคะ สนนราคาทั้งหมดก็ 115NTD ค่ะ

แนะนำเลยนะคะร้านนี้ เหมาะกับมานั่งทานข้าวเช้ากันแล้วไปวัดหลงซันไหว้พระขอพร แล้วเดินเล่นระแวกนั้นก็ดีค่ะ 

แล้วเจอกันในโพสต์หน้านะคะ จะพยายามรีบเขียนรีวิวทริปที่ไปมาค่ะ เริ่มดองเยอะอีกแล้ว T^T

Sunway @Taipei

สวัสดีค่ะ โพสต์นี้ขอตามรอยร้านอาหารญี่ปุ่นที่เป็นที่พูดถึงกันในกลุ่มคนไทยที่ชอบเที่ยวไต้หวันอยู่พอสมควรนะคะ นอกเหนือไปจากตลาดปลาอันโด่งดังที่ว่าปลาทั้งสดและถูกแล้ว ก็ยังมีร้านนี้อีกร้านที่พูดถึงกันหนาหูเลย

มีโอกาสทั้งทีก็เลยไม่พลาดที่จะแวะไปต่อคิวรอชิมค่ะ

Restaurant : Sunway / 三味食堂
Open hours : 11:20 – 14:30, 17:10 – 22:00, หยุดทุก 2 จันทร์แรกของเดือน และ 2 วันอาทิตย์ท้ายของเดือน แต่หากเดือนไหนมี 5 สัปดาห์ ก็หยุด 3 วันจันทร์แรก และ 2 วันอาทิตย์ท้ายค่ะ
Facebook : https://goo.gl/4ubmWQ (** recommended to check for day-off before go to the restaurant)
Location : Ximen Station Exit1, walk about 10 min.
Notice : may be long queue, have to sign your name to reserve the queue before take a seat

วันหยุดร้านนี้จะดูงง ๆ นิดหน่อย ถ้าไม่อยากคิดอะไรเยอะ ก็เข้าเฟซบุ๊คของร้านอะค่ะ เค้าจะประกาศวันหยุดทุก ๆ ต้นเดือน

ตามแพลนของเคโกะ จริง ๆ แพลนจะไปร้านนี้ตรงกับวันหยุดร้านพอดี – -” แต่วันหลัง ๆ มีเวลาว่างเหลือค่ะ และไม่ตรงกับวันหยุดร้าน ก็เลยตัดสินใจไปชิมอาหารที่ร้านนี้ค่ะ โดยเคโกะเดินทางไปร้านนี้โดยใช้ MRT นะคะ ลงที่ Ximen แล้วก็ใช้กูเกิ้ลแม็พนำทางมาตลอดค่ะ

เคโกะไปถึงหน้าร้านก่อนเวลาร้านเปิดรอบเย็น แต่ถึงกระนั้นก็มีคนมารอคิวอยู่เยอะทีเดียวแล้วค่ะ ตอนแรกก็จะถอดใจนะ ไม่ต่อคิวดีกว่า แต่สุดท้ายก็รอค่ะ ^^”

การต่อคิว คือให้ไปลงชื่อในตารางที่อยู่หน้าร้าน จำเบอร์ที่เราลงชื่อไว้ เค้าจะเรียกเบอร์ตามนั้นค่ะ มีเบอร์ป้ายไฟหน้าร้านด้วย แต่ไม่ตรงเท่าไหร่ – -” และยังขานเบอร์เป็นภาษาจีนด้วยค่ะ ทริคสำหรับคนที่ฟังภาษาจีนไม่ได้ก็คือ ดูเบอร์ที่ป้ายไฟ พอใกล้ ๆ แล้วเข้าไปใกล้ ๆ พนง.ที่ขานเบอร์เลยค่ะ แสดงตัวให้รู้ว่าเราฟังภาษาจีนไม่ได้ เค้าจะบอกเราเองค่ะว่าถึงคิวหรือยัง

เอาบรรยากาศหน้าร้านมาให้ดูกันก่อน เจอป้ายร้านสีน้ำเงิน ๆ แบบนี้ก็ถูกต้องแล้วค่ะ รีบจองคิวกันโลดดดด

IMG_3824

พอใกล้ ๆ ถึงคิว (ถ้าจำไม่ผิด เคโกะรอคิวไปราว ๆ 2 ชม.ค่ะ – -” ตั้งแต่ฟ้ายังไม่มืด ในรูปบน จนฟ้ามืดเลยทีเดียว) พนง.ที่ขานเบอร์คิวก็จะเอาเมนูมาให้เราสั่งก่อนค่ะ เมนูจะมีทั้งภาษาจีนและอังกฤษ สบายใจได้ค่ะ และสามารถเขียนเมนูเป็นภาษาอังกฤษแบบเคโกะเลยก็ได้ เค้าจัดให้ได้ค่ะ

IMG_3826

เป็นสาวตัวเล็กร่างบอบบาง (แหวะ~~~) ตั้งใจจะสั่งนิดเดียว แต่ด้วยความหิว ก็เลยจัดไป 4 เมนู ซึ่งเมนูแนะนำตามลายแทงก็คือ ท้องปลาแซลมอน (Salmon Belly) ซึ่งมี 2 ขนาด 3 ชิ้นกับ อีกขนาดนึงที่จำนวนชิ้นเยอะกว่า (จำไม่ได้แล้วนะคะว่ากี่ชิ้น) และไก่ทอดคาราอาเกะค่ะ (Deep Fried Chicken) ส่วนที่เหลืออีก 2 เมนู เคโกะก็สั่ง ๆ ไปเพราะดูน่ากิน และชอบเต้าหู้เป็นทุนเดิมค่ะ

ได้โต๊ะแล้ว สามารถเดินไปตักซุปร้อน ๆ มากินด้วยกันได้ (บริการตัวเอง) แต่เคโกะไม่ได้ตักนะคะ เพราะคิวตักซุปก็แอบเยอะ ขี้เกียจรอค่ะ

รออาหารประเดี๋ยว จานแรกก็มา เป็นซาชิมิแซลมอนค่ะ ชิ้นใหญ่ หนา สดและลายสวยทีเดียว

IMG_3827

จานนี้อร่อยสมคำร่ำลือค่ะ และชิ้นใหญ่มาก ๆ ด้วย

จานต่อไปคือ California Roll แบบ 3 ชิ้น ซึ่งคิดว่าน่าจะชิ้นเล็ก แต่ที่ไหนได้ มาชิ้นใหญ่มากกกกก ไม่สามารถเอาเข้าปากหมดใน 1 คำค่ะ ต้องตัดแบ่ง ซึ่งโรลเค้ามีพลาสติกแร็พหุ้มอยู่ เอาออกก่อนด้วยนะคะ

IMG_3828

อีกสักมุมนึง

IMG_3829

ชิ้นใหญ่มากจริง ๆ ค่ะ ส่วนไส้ก็อัดแน่นดี ใช้ได้อยู่ค่ะ

ต่อไปก็คือ เต้าหู้ทอด เมนูนี้เคโกะคิดไว้เป็นตามชื่อเลย แต่พอมาถึง อ้าววว ไม่เหมือนที่คิดไว้เลยค่ะ

IMG_3830

ออกแนวเป็นซุปเต้าหู้ทอด มีไชเท้าบดแกล้มเบา ๆ ด้านบนด้วย ซึ่งถ้าชอบกินเต้าหู้แล้ว เคโกะแนะนำเมนูนี้ค่ะ อร่อยมากจริง ๆ

ต่อไปที่เมนูสุดท้าย ไก่ทอดค่ะ ซึ่งมาจานเบ้อเริ่มเลย กินแทบไม่หมดอะ

IMG_3832

ไก่ทอดชิ้นใหญ่มากค่ะ ทอดแบบญี่ปุ่นที่เรียกว่าคาราอาเกะ คือจะเป็นไก่ชุบแป้งเบา ๆ แล้วนำไปทอดโดยไม่มีการปรุงแต่งรสชาติใด ๆ เลย เพราะฉะนั้นจะได้รสชาติไก่กรอบทอดแท้ ๆ เลยค่ะ

ตัวนี้ทานไปซักสองชิ้นจะเริ่มรู้สึกเลี่ยน แนะนำว่าไปทานกันหลาย ๆ คน แบ่งกันเลี่ยนค่ะ 555 หรือไม่ก็หาเมนูอื่น ๆ มาตัดเลี่ยนแทนกันนะคะ

ทานอิ่มแล้วก็ถึงเวลาชำระเงินค่ะ ก็ให้เรียกพนง.ค่ะ เค้าจะเขียนเบอร์โต๊ะให้ แล้วให้เราลงไปยื่นที่เคาน์เตอร์เก็บเงินที่ชั้นล่าง

สนนราคาทั้ง 4 เมนูของเคโกะอยู่ที่ 600NTD ค่ะ ดูเหมือนราคาสูง แต่เทียบกับปริมาณและคุณภาพแล้ว เคโกะว่าคุ้มค่าอยู่นะคะ

ถ้าไม่ได้ไปตลาดปลา ก็แนะนำร้านนี้อีกเสียงค่ะ

Lin An Tai Historical House & Museum

สวัสดีค่ะ โพสต์นี้จะพาไปเดินเล่นที่บ้านเก่า และเป็นที่ที่สามารถมองเห็นเครื่องบินได้ในระยะใกล้มาก ๆ ด้วยล่ะค่ะ

Location : Lin An Tai Historical House & Museum / Lin An Tai Ancestral House / 林安泰古厝
Website : http://english.linantai.taipei/
Open hours : 9AM-5PM, close on Monday and folk holidays
Admission Fee : Free
Visited date : 31 Dec 2017
Direction :
Bus Line
– Lin An Tai Historical House Stop:M9 and R34(only on holidays)
– Xinsheng Park Stop:285,298,676 and R50
– Xinsheng Park Stop(Lin An Tai):222,286(sub-line),74,527,642,643
– Xinsheng Park Stop(Lin An Tai Historical House):72
Metro Danshui Line
– Yuanshan Station:transferring to R50 and alight at Xinsheng Park stop

ส่วนตัวเคโกะนั้น ใช้ Google map เป็นหลักอีกแล้วค่ะ ^^” ก็เลยจำสายรถเมล์ไม่ได้แล้วนะคะ แต่ก็เริ่มจากที่โฮสเทลค่ะ ลงรถก็ตามแอพเลยยยย ง่ายตลอด 555

ลงรถมาแล้ว แอพก็ให้เราเดินไปอีกไกล ๆ หน่อยค่ะ แถมเป็นเส้นทางตัดเข้าไปในสวนด้วย ก็ถือโอกาสเดินชมสวนไปด้วยก็แล้วกันนะ ^^”

พอซูม ๆ google map เข้าไปใกล้ ๆ แล้วเห็นว่ามี Floral Tunnel อยู่และเป็นทางผ่านด้วย ก็เลยเดินไปค่ะ ก็ตั้งใจให้เป็นอุโมงค์ดอกไม้ละมั้งนะ แต่ช่วงเวลาที่ไป ไม่มีดอกไม้ค่ะ ^^”

DSC_5501

แต่แค่เดินมาแถว ๆ นี้ก็ตื่นเต้นแล้วค่ะ เพราะสามารถเห็นเครื่องบินบินข้ามหัวไปแบบรู้สึกว่ามันใกล้มากกกกกกกก

DSC_5502

เดินต่อไปอีกหน่อย ก็เจอต้นไม้ใหญ่ ทรงสวยดีค่ะ มีเก้าอี้นั่งพักเป็นระยะ ๆ เลยนะคะ

DSC_5513

เดินต่อไป ก็จะโผล่มาที่ Fine Arts Park ค่ะ เป็นอีกสวนนึงที่ก็สวยดี น่ามาเดินเล่น ถ่ายรูปชิลล์ ๆ ได้ค่ะ

DSC_5516

จากนั้นก็เดินตามแอพไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งถึงจนได้ค่ะ

DSC_5519

ที่นี่เข้าฟรี ก็เดินเข้าได้เลย ตรงประตูทางเข้าก็จะมีโบรชัวร์แนะนำสถานที่ให้หยิบได้ค่ะ ซึ่งที่นี่ก็คือบ้านเก่าที่เอามาทำเป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ในยุคสมัยก่อน และมีนิทรรศการจัดแสดงที่เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ เป็นช่วงเวลาด้วย

หน้าประตูทางเข้าค่ะ

DSC_5521

เดินผ่านประตูหน้าเข้าไปก็จะเจอกับเจ้าตัวนี้ยืนยิ้มแป้นแร้นรอต้อนรับอยู่ค่ะ

DSC_5523

ตัวบ้าน ก็จะทรงยุคโบราณเลยนะคะ ซึ่งถ้าเรียนประวัติศาสตร์จีน หรือภาษาจีนมาบ้าง ในห้องเรียนอาจารย์ก็จะพูดถึงลักษณะบ้านของจีนยุคก่อนอยู่ค่ะ มาเดินที่นี่ก็จะเห็นภาพง่ายว่าที่เราเรียนมาและที่อาจารย์พยายามอธิบายมันเป็นอย่างไรค่ะ

DSC_5526

เดินผ่านเข้าไปชั้นในอีกชั้นค่ะ

DSC_5527

ช่วงที่ไป เป็นนิทรรศการการแต่งงานของจีนยุคก่อนค่ะ ก็จะนำชุดแต่งงานสมัยก่อน (คล้าย ๆ กับที่เราเห็นในหนังจีนโบราณอะนะ) มาจัดแสดงไว้ให้ได้ชมกันค่ะ

ชุดนี้เป็นชุดเจ้าสาว

DSC_5535

แล้วก็ชุดเจ้าบ่าวค่ะ

DSC_5536

แล้วก็เช่นเคย ในบริเวณบ้านก็จะต้องมีการขุดสระใหญ่ ๆ เพื่อฮวงจุ้ย .. หรือเพื่อพักผ่อนหย่อนใจของสมาชิกในบ้านล่ะนะคะ ตรงนี้เป็นจุดที่สวยงามมากอีกจุดนึงค่ะ

DSC_5544

ภาพกว้างพร้อมสระบัว วันที่ไปมีกองถ่ายแบบมาถ่ายที่นี่ด้วย ซึ่งนางแบบใส่ชุดราชวงศ์ชิง (ยุคองค์หญิงกำมะลอน่ะค่ะ) ด้วย ซึ่งเคโกะว่าเข้ากับสถานที่ดีนะ ^^”

DSC_5551

แบบซูมเฉพาะตัวบ้านบ้าง เป็นเรือนสองชั้น สามารถเดินขึ้นไปชมวิวที่ชั้น 2 ได้ค่ะ

DSC_5556

ชั้นล่าง มีเกี้ยวเจ้าสาวหลังนึงให้ได้ชมกันด้วยค่ะ

DSC_5570

นอกจากนี้ บริเวณด้านหน้าเรือนบ้าน หรือตรงประตูรั้วที่เดินเข้ามา ตรงบริเวณสวนหน้าบ้านน่ะค่ะ ก็จะมีสวนหินให้เดินเล่นขึ้นไปชมวิวมุมสูง+กว้างของบ้านอีกด้วย

ทางเดินก็จะเป็นลักษณะนี้ค่ะ เดินก็ระมัดระวังชนศีรษะกันด้วยนะคะ

DSC_5594

ภาพตอนที่อยู่ด้านบนของสวนหินนี้ค่ะ มองลงมาเห็นตัวเรือนบ้านทั้งหลังเลย

DSC_5597

นอกจากนี้แล้วก็ยังมีสวนดอกไม้น่ารัก ๆ ด้วยนะคะ

DSC_5605

ปิดท้ายที่รูปเครื่องบินที่บินผ่านบริเวณบ้านหลังนี้ค่ะ ซึ่งสามารถมองเห็นได้ชัดและระยะค่อนข้างใกล้มากทีเดียว

IMG_3737

พลาดเครื่องบินไปหนึ่งลำ ก็รออีกประเดี๋ยวค่ะ เดี๋ยวก็มีลำใหม่บินผ่านหัวไป

IMG_3746

 

ก็เป็นอีกสถานที่นึงที่คนที่ชอบศึกษาประวัติศาสตร์หรือมีพื้นฐานความรู้จีนยุคก่อนบ้างน่าจะสนใจค่ะ และสายถ่ายรูปก็เป็นอีกจุดนึงที่เคโกะว่าไม่น่าพลาดค่ะ มีมุมถ่ายรูปเยอะมากกกกก เคโกะเองไปคนเดียว ก็ยังอดไม่ได้ที่จะตั้งกล้องถ่ายรูปถ่ายตัวเองเลยค่ะ ^^” .. เป็นที่มาของรูป profile ใน Facebook ส่วนตัวด้วยล่ะค่ะ ^^

แล้วเจอกันใหม่ในโพสต์หน้านะคะ

[airbnb] Shin-Osaka

สวัสดีค่ะ โพสต์นี้มารีวิวห้องพัก airbnb ที่โอซากะบ้างนะคะ หลักเกณฑ์ในการเลือกที่พักของเคโกะจะเน้นไปทางการเดินทางที่ง่าย ต่อรถสะดวก ของกินเยอะ สถานีใหญ่หน่อย อะไรงี้อะค่ะ ก็เลยหวยออกที่ย่านชินโอซากะค่ะ

** เคโกะขออนุญาตกระแดะอ่านชื่อเมืองโอซาก้า ว่า “โอซากะ” ตามสำเนียงญี่ปุ่นนะคะ ^^”

มาเริ่มกันเลยเนอะ

Room : https://www.airbnb.com/rooms/20510277
Host : Muneyoshi
Location : Shin-osaka, 4 minutes walk
Check-in date : 20 Jan 2018
Night(s) : 7 (20-27 Jan 2018)
no. of person(s) : 4
Price : 14,372.60BHT (฿513.31 per person, per night)

ก่อนเดินทางไม่กี่วัน เคโกะก็ส่งเมสเสจผ่านระบบ airbnb ไปจิกเอาแผนที่การเดินทางไปห้องพักมาจากโฮสต์ค่ะ ซึ่งปกติแล้วโฮสต์จะส่งให้เคโกะล่วงหน้า 2-3 วันเสมอเท่าที่เคยใช้บริการมา และไม่เคยต้องไปถามก่อนเลยค่ะ ห้องนี้เป็นห้องแรกที่ต้องไปตามจิกแผนที่มา แอบรู้สึกไม่ค่อยดีเล็กน้อย

แต่ยังไงก็ตาม โฮสต์ก็เมลแผนที่มาให้ที่ดูแล้วว่าค่อนข้างละเอียด แต่ในรูป (แผนที่) ที่เค้าให้มาเป็นเวลากลางวันค่ะ ซึ่งพวกเราไปเช็คอินเข้าห้องตอนค่ำ ๆ ทำให้ทัศนียภาพค่อนข้างต่างออกไปพอสมควร แต่เคโกะก็ใช้ Google map ให้เป็นประโยชน์ อย่างน้อย ๆ เราก็รู้ว่าอพาร์ทเมนต์นั้นชื่ออะไร ก็พิมพ์ใส่กูเกิ้ลเข้าไป แล้วก็เดินตามกูเกิ้ลค่ะ ซึ่งก็แม่นยำพอสมควร (เสิร์ชหาด้วยชื่อภาษาญี่ปุ่นนะคะ ถ้าเสิร์ชด้วยภาษาอังกฤษจะหาไม่เจอค่ะ)

ด้านหน้าตึกเป็นทางเข้าเล็ก ๆ มีแลนด์มาร์คให้ดูเป็นร้านอาหาร ซึ่งก็ใช้แผนที่ที่โฮสต์ให้มานั่นแหละ ประกอบการหาตึก เลยได้สังเกตเห็นทางเข้าตัวอพาร์ทเมนต์ค่ะ ที่น่าเจ็บปวดสำหรับคนไม่รู้ภาษาอีกอย่างก็คือชื่ออพาร์ทเมนต์เป็นภาษาญี่ปุ่น (ถ้าจำไม่ผิดจะเป็นคาตาคานะ ทับศัพท์ภาษาอังกฤษค่ะ)

อพาร์ทเมนต์มึลิฟท์แคบ ๆ ตามสไตล์ญี่ปุ่น ซึ่งพวกเรา 4 คนพร้อมด้วยข้าวของก็เต็มพอดี (555) ออกจากลิฟท์ก็เลี้ยวซ้าย อยู่หน้าลิฟท์เลยแหละ ว่างั้น

ด้านหน้าประตู ถ่ายจากด้านในห้องค่ะ

DSC_5863

ที่เห็นท่อ ๆ ยื่นออกมานั่นคือเครื่องดูดฝุ่นค่ะ ก็ได้ใช้อยู่นะ ด้วยความที่ผมร่วงเยอะเลย ><” แล้วก็มีร่มแอบ ๆ ซอก ๆ อยู่ด้วย ซึ่งพวกเราไม่ได้ใช้ค่ะ ใช้เสื้อกันฝนแทน (จริง ๆ แล้วก็มารู้สึกเอาทีหลังว่า ร่มน่าจะดีกว่านะ ^^”)

เข้าห้องมาก็เปลี่ยนรองเท้าเป็นรองเท้าแตะสักหน่อย โฮสต์เตรียมไว้ให้เพียงพอกับจำนวนคนค่ะ

DSC_5861

ห้องเป็นห้องแบบประตู 2 ชั้น คือ ประตูห้องด้านนอกเลย ซึ่งพอเข้ามาแล้ว ด้านขวาจะเป็นห้องน้ำ และก่อนเข้าส่วนห้องนอนกับที่นั่งเล่น ก็จะมีประตูอีกชั้นนึง

หน้าประตูชั้นในที่ว่า ก็มีอักษรภาพอยู่ ดูเจ้าของห้องจะชอบอักษรภาพอยู่นะ ^^” และใต้ภาพนี้ก็จะเป็นที่วางของใช้ต่าง ๆ นานาที่เราสามารถหยิบมาเติม มาใช้ได้ค่ะ เช่น กระดาษทิชชู กระดาษเช็ดปาก ผ้าขนหนูไรงี้

DSC_5862

ไหน ๆ ก็ยังอยู่หน้าห้องชั้นในแล้ว แวะเวียนด้านขวามือของห้องเข้าไปดูห้องน้ำกันก่อนนะคะ

ห้องน้ำเป็นประตูบานเลื่อน ล็อคยาก ๆ หน่อย แต่ก็ล็อคได้อยู่ แยกส่วนเปียกส่วนแห้งอย่างชัดเจนด้วยประตูสไลด์อีกชั้นนึง ถ้าเพื่อนกันไม่คิดอะไรมาก ก็ใช้ได้พร้อมกันทีเดียว 2 คนเลยนะ (555)

ส่วนแห้งค่ะ มีกระจกเหนืออ่างล้างหน้า พร้อมไดร์เป่าผมให้ใช้อยู่ตรงนี้ด้วย

DSC_5858

ติดเคโกะมาหน่อยนึงเนาะ ^^”

แล้วก็ส่วนเปียก มีอ่างอาบน้ำด้วย ดูเหมือนจะไม่มีใครแช่ตัวเลยนะ (555) ปรับน้ำอุ่นน้ำเย็นได้ ซึ่งเป็นภาษาญี่ปุ่นอีกล่ะ แล้วก็มีขวดครีมอาบน้ำ แชมพู ครีมนวดอะไรงี้วางไว้ให้ใช้ … แต่หมดค่ะ – -” (มาเจอเอาทีหลังว่ามีแบบเติมให้เติมได้ อยู่ในตู้ใต้อ่างล้างหน้า)

DSC_5860

เดินเข้าห้องนอนกันซักทีเนอะ

ด้านในห้องนอนเป็นเตียงคู่ 2 เตียงค่ะ ก็เพียงพอสำหรับคน 4 คนเนาะ สังเกตได้ว่าแอร์ (หรือฮีทเตอร์) จะอยู่ด้านในห้อง มีเครื่องเดียวค่ะ

DSC_5848

ให้ดูแอร์ (ฮีทเตอร์) กับภาพประดับฝาผนังในห้องอีกที

DSC_5849

ส่วนหัวเตียงก็มีอักษรภาพอีกแล้ว

DSC_5850

ถัดออกมาจากเตียง หรือหน้าประตูห้องที่เปิดเข้ามาก็จะเป็นโต๊ะตัวเตี้ยที่พวกเราใช้เป็นโต๊ะนั่งเล่น วางของ และทานข้าวค่ะ

DSC_5851

ที่น่าตลกก็คือ ห้องสำหรับคน 4 คน แต่มีเบาะรองนั่งให้แค่ 2 ใบเท่านั้นเอง – -”

หน้าโต๊ะตัวนี้ หรือติดหน้าต่างห้องก็คือทีวีค่ะ เคโกะเปิดดูเล่น ๆ เฉพาะตอนเช้า ๆ … ถามว่ารู้เรื่องไหม ไม่ค่ะ แต่เปิดเพื่อดูพยากรณ์อากาศที่ขึ้นอยู่บนหน้าจอเป็นข้อมูลเฉย ๆ ค่ะ ^^”

DSC_5852

ถัดจากทีวีก็จะเป็นถังขยะรวม ไม่มีการแยกขยะใด ๆ ทั้งสิ้น และถัดไปก็เป็นชั้นวางของ ที่โฮสต์วางจานชาม ฯลฯ ไว้ให้ใช้ตรงนี้ค่ะ ก็หยิบไปใช้ได้ และล้างคืนด้วยค่ะ

DSC_5855

ติดกับชั้นวางของก็เป็นตู้เย็น บนตู้เย็นมีกาต้มน้ำร้อน, หม้อหุงข้าว และไมโครเวฟค่ะ ซึ่งเป็นการจัดวางได้ประหยัดพื้นที่มากมาย

ไมโครเวฟพวกเราใช้แทบทุกวัน เพราะซื้อของกินเข้ามาเก็บไว้เป็นมื้อเช้าค่ะ ก็เข้าเวฟอุ่นทาน ซึ่งไมโครเวฟนั้น .. เป็นภาษาญี่ปุ่นทั้งหมดค่ะ

DSC_5854

ตรงข้ามกับตู้เย็นและไมโครเวฟก็คือมุมทำครัวพร้อมอ่างล้างจานค่ะ มีเตาไฟฟ้าด้วย แต่พวกเราก็ไม่ได้ใช้อะไร ใต้เตาเป็นตู้ลิ้นชัก เก็บของใช้อีกแล้ว มีถุงขยะในนั้นด้วย พวกเราก็หยิบมาใช้ค่ะ ซึ่งจุดทิ้งขยะของตึกจะอยู่หน้าทางเข้าอพาร์ทเมนต์เลย

DSC_5853

ห้องนี้ดูจะขาดแคลนที่แขวนเสื้อผ้าค่ะ มีอยู่จุดเดียวคือตรงรางผ้าม่านหน้าต่าง ซึ่งก็ได้แขวนแต่เสื้อกันหนาวกัน

DSC_5856

มาว่ากันด้วยความคิดเห็นและสิ่งที่พบเจอกับห้องนี้ค่ะ

  • อันดับแรกที่ต้องพูดถึงเลยคือแอร์ (ฮีทเตอร์) ซึ่งทำงานได้แย่มาก ๆ ไม่อุ่นเท่าที่ควรจะเป็นเลย ซึ่งเคโกะมั่นใจมากว่าใช้รีโมทแอร์ ปรับอุณหภูมิได้อย่างถูกต้อง (เป็นภาษาญี่ปุ่น) ทั้งยัง double check ด้วยการถ่ายรูปส่งไปให้พี่ชายดูให้ด้วยค่ะ ซึ่งพี่ก็บอกว่าถูกแล้ว (พี่ชายรู้ภาษาญี่ปุ่นค่ะ) แต่ห้องก็ไม่อุ่นเอาซะเลย กลายเป็นว่าทุกคนก็ยังคงใส่เสื้อกันหนาวเวลาอยู่ในห้องอยู่ดี เคโกะเองเอาชุดนอนไปแต่เสื้อแขนสั้นและกางเกงขาสั้นค่ะ ก็หนาวมากจนต้องยอมใส่สเวตเตอร์เพิ่มอีกตัว แล้วเอาผ้าพันคอมาคลุมขาแทน ส่วนเพื่อน ๆ ก็ใส่เสื้อกันสองสามชั้นนอนทุกคืนค่ะ
  • ต่อเนื่องจากข้อแรก เคโกะก็รีบเมสเสจไปหาโฮสต์ทันทีว่าห้องยูว์ดูจะมีปัญหานะ แต่ก็ no response มาก ๆ ค่ะ หายไปเลย แบบไม่โอเคค่ะ (complain ไปในส่วนของ feedback แล้วค่ะ ให้ดาวเดียวเลย แหะๆ ถ้าใครเข้าไปอ่านคอมเมนต์ห้องนั้นตามลิ้งค์ข้างบน ก็น่าจะเห็นฟีดแบ็คของเคโกะค่ะ)
  • ในห้องน้ำ ไม่มีที่แขวนผ้าเลย รวมถึงที่ใด ๆ ในห้องก็ไม่มีที่แขวนผ้าหรือตากผ้าเลยค่ะ จนเพื่อนผู้ชายในกลุ่มต้องเอาเชือกมาผูก ๆ เป็นราวตากผ้าให้
  • โถชักโครกไม่มีแบบอุ่นนะคะ นั่งลงไปก็เย็นยะเยือกกันไป รวมไปถึงครีมอาบน้ำ แชมพู ครีมนวดผมในห้องน้ำด้วยที่ไม่เติมไว้ให้ใช้ แถมวางขวดน้ำยาล้างอ่างอาบน้ำไว้ปนกันด้วยอะ ถ้าคนอ่านญี่ปุ่นไม่ออกมาหยิบไปใช้คงแย่นะคะ
  • ห้องพักมีพ็อกเก็ตไวไฟให้ใช้ สามารถหยิบพกพาติดตัวออกไปใช้ได้เลย (ถ้าจำไม่ผิด มีลิมิตให้วันละ 500MB ค่ะ)
  • สิ่งที่ดีงามเพียง 2 อย่างสำหรับห้องนี้ก็คือมีมินิมาร์ทอยู่ใกล้ ๆ และทำเลดีมาก ใกล้สถานีรถไฟมากจริง ๆ เดินไปแป๊บเดียวก็ถึงค่ะ (สถานีชินโอซากะ / Shin-osaka)

สรุปโดยรวมแล้วในความคิดเห็นของเคโกะ ห้องนี้ถ้ายังเป็นแบบนี้อยู่ ไม่แนะนำอย่างแรงค่ะ สอบตกเรื่องฮีทเตอร์ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นมาก ๆ ในฤดูหนาวเลขตัวเดียวแบบนั้นค่ะ

แล้วเจอกันใหม่ในโพสต์ถัดไปนะคะ ระหว่างนี้ไปเม้าท์มอยพูดคุยกันได้ที่เพจ thisiskeigo ค่ะ